| แกแน่ใจนะว่าแกขับได้ไอ้มด... ฉันถามคำถามนี้มาเป็นรอบที่ร้อยแล้วค่ะ ก็ใครจะไปไว้ใจไอ้เพื่อนตัวดีที่เพิ่งได้ใบขับขี่มาหมาด ๆ อย่างยัยมดได้ล่ะ...รถของฉันคันนี้น่ะ พ่อฉันซื้อให้เป็นของขวัญวันรับปริญญาเชียวนะ เออน่า...พอส่งไอ้เปี๊ยกถึงบ้านปุ๊บ ฉันก็ขับกลับบ้านปั๊บ แล้วก็จะให้ลุงไมเคิลขับไปเก็บให้แกที่บ้านปัญจะปึ๊บเลยจ่ะเพื่อนจ๋า...รับรองว่าไอ้ลูกรักของแกจะไม่มีรอยขีดข่วนใด ๆ ทั้งสิ้น มดมันให้คำรับรองที่น่าเชื่อถือ...แต่ให้ตายสิ ยังไงฉันก็ยังไม่วางใจอยู่ดีอ่ะ ลุงไมเคิลที่มันพูดถึง จริง ๆ แล้วแกชื่อ ลุงไม้ ...แต่แก๊งฉันก็เปลี่ยนให้แกใหม่ฟังดูอินเตอร์สุด ๆ ...แล้วแกก็ชอบด้วยค่ะ แกเป็นคนขับรถประจำบ้านยัยมดมัน...ฉันน่ะ ไว้ใจแกอยู่แล้ว แต่ไอ้ช่วงที่ยัยมดมันขับกลับบ้านมันนี่ล่ะค่ะที่ฉันกลัว อย่าเหยียบเกิน 80 นะเว่ย...ถึงบ้านไอ้เปี๊ยกแล้วโทร.มาบอกด้วย ถึงบ้านแกก็ต้องโทร.มาบอกนะ ฉันจะขอพูดกับลุงไมเคิลด้วย...แล้วอีกอย่าง......... น้องบี...พี่ว่าเราไว้ใจมดเถอะ ระยะทางก็ไม่ไกลอะไรมาก พี่เอพูดขัดฉันขึ้นมา...เค้าคงเริ่มรำคาญ ยัยห้าวขี้บ่น อย่างฉันขึ้นมาแล้วล่ะ ฉันกับพี่เอกำลังจะออกจากร้าน รวมมิตร เพื่อไปดินเนอร์ด้วยกันตามแผนที่พี่เอบอกฉันไว้...แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าวันนี้ฉันขับรถมาเอง แต่พี่เอก็บังคับให้ฉันต้องขึ้นรถไปคันเดียวกับเค้า ฉันก็เลยต้องให้ยัยมดมันขับรถของฉันไปที่บ้านมันเพื่อให้ลุงไมเคิลขับมาส่งให้ฉันที่บ้านปัญจะอีกทีนึง จนพี่เอต้องจูงมือ...เอ่อ...จริง ๆ แล้วน่าจะเรียกว่า ลาก ฉันออกจากร้าน...ฉันถึงหุบปากลงได้ ทั้ง ๆ ที่ก็ยังไม่หายห่วงซะทีเดียว นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้นั่งรถโดยทีพี่เอเป็นคนขับ...รถพี่เอสวยค่ะ ป้ายแดงของเค้ายังไม่เปลี่ยนเป็นสีขาวเลย ฉันชินกับรถหรูเริ่ดแบบนี้ก็จริงอยู่ เพราะรถที่บ้านฉันก็ไม่ใช่ย่อย...แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเกร็งจังเลยนะตอนนี้ ตอนแรกฉันก็ไม่กล้ามองไปรอบ ๆ ภายในรถของเค้าเท่าไหร่หรอกค่ะ...แต่พอพี่เอเริ่มเปิดเพลงเบา ๆ แล้วหันมายิ้มให้ฉันเป็นระยะ ๆ ...ก็ทำให้ฉันผ่อนคลายขึ้นมากจนกล้าที่จะเริ่มสำรวจภายในตัวรถของเค้า แล้วฉันก็ไปสะดุดกับบางอย่างบนคอนโซลหน้ารถจนได้...มันคุ้นตาเหลือเกิน จะทวงคืนหรอน้องบี... พี่เอหันมาพูดกับฉันคล้ายหยอกเย้า เมื่อฉันหยิบริบบิ้นผูกผมที่ถักจากไหมพรมทั้งเส้น...ลายดอกทานตะวันแบบนี้ฉันเคยเห็นที่ไหนน้า ทวงคืน?...นี่ของบีหรอคะ จำไม่ได้หรอ...ตอนที่เราเจอกันตอนเด็ก ๆ น้องบีเอาริบบิ้นผูกผมที่ติดอยู่กับผมน้องบีมามัดมือพี่ตอนเราเล่นไล่จับกัน...เพราะน้องบีกลัวพี่จะจับตัวน้องบีได้ หึหึ...เอาเปรียบกันชะมัดเลย พี่เอเล่าเรื่องเก่า ๆ ที่ฉันลืมมันไปหมดแล้วให้ฉันฟัง...ราวกับว่าเป็นสิ่งที่เค้าจดจำได้แม่นยำอย่างนั้นล่ะ จริงหรอคะ!...โห บีจำไม่ได้เลยอ่ะค่ะ...ตอนนั้นเพิ่งสามสี่ขวบเองมั้ง บีทำอะไรแย่ ๆ อย่างนั้นด้วยหรอคะเนี่ย แล้วพี่เอก็ทำให้ฉันเขินกับเรื่องในอดีตอีกแล้ว...เค้าเก่งนักค่ะ เรื่องทำฉันเขินเนี่ย!! อ้อ!! สิ่งที่ความทรงจำของฉันมันทบทวนได้ตอนนี้ก็คือ...ริบบิ้นเส้นนี้ แม่เป็นคนถักให้ฉันเอง อิอิ...ฉันก็จำอะไรได้เหมือนกันล่ะน่า พูดแล้วก็คิดถึงแม่จังเลย... พี่เอคะ... ฉันวางริบบิ้นนั่นเอาไว้ที่เดิม...ฉันรู้สึกดีจังค่ะที่เค้าเก็บอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ที่เกี่ยวกับฉันเองไว้ด้วย หืม?...ว่าไงจ๊ะ น้องบีอยากทานอะไรดีเย็นนี้...พี่ไม่ค่อยรู้จักร้านไหนเท่าไหร่เลย แน่ล่ะค่ะ...ก็เค้าอยู่เมืองไทยได้ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย...แค่เค้าขับรถไปร้านไอ้เปี๊ยกถูกโดยที่ไม่หลงทางน่ะ ก็ถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์สุด ๆ แล้ว คือ...ดินเนอร์ของเรา เอาไว้วันหน้าได้มั้ยคะ... ฉันเห็นหน้าเค้าบึ้งลงทันทีที่ได้ยินฉันพูด ทำไมล่ะ... เสียงของเค้ากลับมาห้วนอีกแล้วง่ะ เอ่อ...คือบี...เอ่อ... ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ของเค้าแบบนี้...ทำเอาฉันพูดอะไรไม่ออกเลย ไม่อยากทานข้าวกับพี่...ใช่มั้ย พี่เอมองถนนตลอดเลย...เค้าถามโดยไม่หันมามองฉันซักนิด ป...เปล่านะคะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะพี่เอ...คือ...บีคิดถึงพ่อกับแม่อ่ะค่ะ วันนี้เราไปทานข้าวที่บ้านบีกันนะคะ...นะคะพี่เอ แล้ววันหน้าบีรับรองว่าจะพาพี่เอไปทานร้านอร่อยที่สุดเลย ฉันระล่ำระลักบอกเค้าเร็วปรื๋อเลย...นี่ฉันกำลังกลัวเค้าโกรธหรือนี่ แล้วฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัวเลย...เมื่อเห็นเค้ามีสีหน้าดีขึ้น แถมหันมายิ้มให้ฉันอีกต่างหาก คนอะไร...อารมณ์แปรปรวนชะมัดเลย ไหนลองพูดว่า...วันนี้เราไปทานข้าวที่บ้านพ่อกับแม่ของบีนะคะ...ให้พี่ฟังใหม่ซิ บ้านน้องบีคือบ้านปัญจะ...รู้มั้ย...บ้านเรา คือบ้านปัญจะ นะจ๊ะ บ้านเรา ...ฉันอึ้งไปกับคำนี้ของพี่เอจนน้ำตาคลอเลยค่ะ มันอบอุ่นในหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเลย...มันเหมือนฉันเป็นส่วนหนึ่งใน ปัญจะ อย่างแท้จริง เรา...ฉันกับพี่เอ นี่เราคือคน ๆ เดียวกันใช่มั้ย...ว้าว ฉันขนลุกจังเลย ค่ะ...วันนี้เราไปทานข้าวที่บ้านพ่อกับแม่ของบีนะคะ ฉันพูดเหมือนที่เค้าบอกเป๊ะเลย พี่เอหันมมายิ้มให้ฉันซะกว้างเชียวค่ะ...แล้วฉันก็รู้สึกถึงมือใหญ่อบอุ่นของเค้าที่เลื่อนมากุมมือของฉันเอาไว้ มันเป็นภาพที่ฉันเคยเห็นแต่ในนิยายที่พระเอกจับพวงมาลัยรถข้างนึง...แล้วจับมือนางเอกเอาไว้อีกขางนึง พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างหวานสุดชีวิต ตอนนี้ฉากหวานนั่นกำลังเกิดขึ้นกับชีวิตฉัน...ฉันขอเป็นนางเอกที่มีพี่เอเป็นพระเอกซักหน่อยแล้วกันนะ ฮิ้ววว พี่ตามใจน้องบีเรื่องข้าวเย็นก็ได้...แต่....... ไอ้คำว่า แต่ ของเค้าพี่มันน่ากลัวชะมัดเลย ออกจากบ้านพ่อแม่น้องบีแล้ว...เราไปหาที่เต้นรำกันก่อนกลับบ้านนะ แล้วมันก็น่ากลัวจริง ๆ ด้วยยย จึ๋ยส์... คำตอบของฉันคืออาการเงียบ...แล้วส่งยิ้มแห้ง ๆ ไปให้เค้าเท่านั้น ถือเป็นการไม่ปฏิเสธด้วยประการทั้งปวงอย่างจนใจที่สุด .......................... ฉันคิดผิดจริง ๆ ค่ะที่ชวนพี่เอมาทานข้าวที่บ้านฉัน...เอ๊ย...บ้านพ่อกับแม่ฉัน (ก็พี่เอให้เรียกอย่างงี้อ่ะ) ก็จะอะไรซะอีกล่ะคะ...ทั้งพ่อทั้งแม่ผลัดกัน ทวงหลาน ตั้งแต่ฉันก้าวลงจากรถเลยทีเดียว...ฉันอายจนเกือบจะชินชาแล้ว แต่...มันก็ยังเขินอยู่ดีง๊าาาา มีวี่แววบ้างหรือยังลูก... นี่เป็นหนึ่งในคำถามของคุณนายกันต์กมลแม่ของฉัน แม่จ๋า...นี่ลูกสาวแม่เพิ่งเข้าหอได้วันสองวันเองนะแม่ แล้วที่สำคัญ เรา...เอ่อ...ทำอะไร ๆ เป็นการผลิตหลานให้แม่หรือยังก็ไม่รู้ ถ้าแม่รู้ว่าฉันเป็นลมในคืนวันเข้าหอ...ท่านคงลมจับด้วยอีกคน ง่ะ ตาเอ...ขยัน ๆ หน่อยนะลูกนา มีหลานให้พ่อซักปีละสองคนไปเลยลูก หัวปีท้ายปีไปเลย!! พ่ออออออ...ลูกพ่อไม่ใช่ปลากัดหรือแม่วัวพันธุ์ดีนะ!! จะได้มีลูกง่ายแล้วก็ ดก รวดเร็วอย่างนั้นน่ะ โฮ...พ่อแม่รังแกฉัน มีหลานเร็ว ๆ นะพี่บี...ซีอยากเป็นน้าแล้วอ่ะ น้าซี...อึ๋ย น่ารัก ฉันคิดว่ายัยซีมันจะกลัวแก่ซะอีกที่ต้องเป็นน้า...ที่ไหนได้ มันกลับชอบอกชอบใจซะอย่างงั้น คุณบีมีคุณหนูตัวน้อย ๆ เมื่อไหร่...ให้นกน้อยไปช่วยเลี้ยงได้มั้ยคะ ไม่เว้นแม้แต่ยัยนกน้อยก็เนี่ยยยยย...เอาเข้าไป ฉันถูก ทวงลูก ตั้งแต่พ่อแม่ไปจนถึงคนใช้เลย ท่าทางคนที่ถูกใจที่สุดเห็นจะมีแต่พี่เอคนเดียวล่ะค่ะ...รายนั้นน่ะ ยิ้มตลอดงานเลย ตอบรับทุกคำ ทวง อย่างหน้าชื่นตาบานอีกต่างหาก แล้วข้าวเย็นมื้อนี้ ทำเอาฉันจะสำลักข้าวเอาหลายหนอยู่...กินไปก็สะดุ้งไป ก็รอบ ๆ ตัวฉันจะมีแต่คนน่ากลัวทั้งน้านนนน ฮือออออ...นี่หนูอุตส่าห์คิดถึงพ่อกับแม่อย่างสุดหัวใจ ทำไมทำกับหนูด้ายยยย แล้วมาหาพ่อกับแม่บ่อย ๆ นะลูกนะ... พ่อบอกเมื่อเดินมาส่งฉันกับพี่เอที่รถ แค่พ่อสัญญาว่าจะไม่ทวงหลานกับหนูอีก...หนูมาหาพ่อทุกวันยังได้เลยค่า ฉันแค่คิดนะคะ...ไม่ได้พูดออกไปหรอก แม่ฝากลูกบีด้วยนะเอ...ทน ๆ กับความซนของลูกสาวแม่หน่อยนะลูกนะ อืม...คำพูดแม่คงสร้างความประทับใจในตัวฉันให้พี่เอมากเลยนะเนี่ย แม่นะแม่!! น้องบีน่ารักครับ...ผมไม่ได้ทนอะไรเลย แทนที่เค้าจะช่วยทำให้ฉันเขินน้อยลงไปกว่านี้...พี่เอกลับทำให้ฉันเขินจนไม่กล้าเงยหน้ามองใครแล้ว ดูพ่อกับแม่ด้วยนะยัยซี...โตแล้วนะเรา ฉันออกนอกเรื่องไปเลยค่ะ...หันไปทำเสียงผู้ใหญ่ ๆ ใส่เจ้าบีมันเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน ยัยซีกับฉันอายุห่างกันสามปี...ตอนนี้น้องสาวของฉันเพิ่งเรียนจบนิเทศฯจากมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในเมืองไทยแห่งนึง ...ยัยนี่มันคล้าย ๆ ฉันค่ะ ฉันชอบวาดรูป แต่ยัยซีชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ รูปที่ยัยซีถ่ายส่วนใหญ่ ไม่โชว์อยู่ที่บ้านก็โชว์อยู่ร้านรวมมิตรนั่นล่ะค่ะ...ฝีมือน้องสาวฉันไม่ใช่เล่นนะคะ ขายได้หลายแล้ว (ถึงเวลาอวดน้องสาวตัวเองบ้างแล้ว) ฉันบอกไปหรือยังคะว่าฉันจบปริญญาโทจากอังกฤษตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบสามเอง (แล้วก็กลับมาอวดตัวเองอีกรอบ) ...แต่ยัยซีมันไม่ยอมไปเรียนต่อเมืองนอกอย่างฉัน เห็นบอกว่าเรียนที่เมืองไทยก็พอแล้ว...ที่สำคัญคือเมืองไทยมีที่สวย ๆ ให้มันถ่ายรูปตั้งเยอะแยะ ไม่เห็นต้องออกนอกประเทศไปให้เสียเวลาแถมเสียเงินอีกต่างหาก ...ความคิดน้องสาวคนเดียวของฉันนี่ก็เข้าท่าดีนะ ครอบครัวน้องบีอบอุ่นมาก ๆ นะ...นี่ถ้าพี่มีน้องสาวหรือน้องชายอีกซักคน บรรยากาศบ้านปัญจะก็คงคล้าย ๆ บ้านเทพศิริเหมือนกัน พูดไปแล้วพี่ก็รู้สึกผิดขึ้นมาเลย...ที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่พี่ซักเท่าไหร่ เรียนจบก็ตั้งบริษัทอยู่ที่สวิตซ์เลย ต่อไปนี้พี่คงต้องใช้เวลากับครอบครัวให้เยอะ ๆ แล้วล่ะ ครอบครัว ที่พี่เอพูดถึง...มันรวมฉันอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่านะ พี่เอเป็นลูกผู้ชาย...คุณพ่อคุณแม่พี่เอคงเบาใจได้เยอะล่ะค่ะ พอดีที่บ้านบีมีแต่ลูกสาว...เลยต้องใกล้ชิดกันมากหน่อย คงจะจริงนะ...เพราะถ้าเรามีลูกสาว พี่คงไม่ปล่อยให้ไกลหูไกลตานักหรอก แว๊กกกกกกก...นี่ออกจากบ้านพ่อแม่มาฉันยังมาเจอพี่เอพูดถึง ลูก อีกหรือนี่ หน้าฉันคงแดงแป๊ดจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดีแล้วล่ะค่ะตอนนี้...โฮ เงียบเลย...น้องบี เค้าเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้อีกแล้ว...อย่างงี้พี่เอก็รู้หมดน่ะสิ ว่าตอนนี้มือฉันมันเย็นมาก ๆ เลย พี่เอบอกว่า...จะพาบีไปเต้นรำหรอคะ อะไรดลใจให้ฉันถามคำถามนี้ออกไป จ่ะ...ไปนะ พี่โทร.บอกพ่อกับแม่แล้วว่าวันนี้เรากลับดึก ท่านไม่ห่วงหรอก แต่บีเต้นรำไม่ค่อยเป็นนะคะ ในเมื่อเค้าปิดหนทางไม่ให้ฉันเอาความห่วงใยของพ่อกับแม่เค้ามาอ้าง...ฉันก็ต้องเอาข้ออ้างนี้ล่ะ พี่สอนได้ ถึงว่าสิ...น้องบีคงตื่นเต้นมาก มือเย็นเฉียบเลย ฉันนึกว่าเค้าจะไม่พูดเรื่องมือเย็นของฉันแล้วนะเนี่ย มือฉันเย็นเพราะเรื่อง...เอ่อ...เรื่องอื่นต่างหากย่ะอีตาพี่เอบ้า!! เรื่องเต้นรำน่ะหรอ...อ่ะโด่ จิ๊บ ๆ ค่า... แต่ในเมื่อเค้าคิดว่าฉันอ่อนหัด...ด้ายยยยย อย่างนี้กรรมก็ต้องตกเป็นของเค้าแต่เพียงผู้เดียว ฮ่าๆๆ อุ้ย...ขอโทษค่ะพี่เอ บีเหยียบเท้าพี่เออีกแล้ว ถึงเรื่องการโกหกชาวบ้านฉันจะไม่ค่อยได้เรื่อง...แต่เรื่องทำสีหน้าให้แนบเนียนเนี่ย ฉันเข้าขั้นมือโปรฯเลยล่ะ...เพราะฉะนั้นการตีหน้าเศร้าของฉัน พี่เอเชื่อสนิทใจเลย!! ไม่เป็นไรหรอก... แต่นับสิบครั้งที่ฉัน (แกล้ง) เหยียบเท้าเค้า...นอกจากเค้าจะไม่โกรธแล้ว พี่เอยังยิ้มให้ฉันแบบไม่เสแสร้งอีกต่างหาก ชิ!! แล้วฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ไอ้ผับไฮโซบนชั้นยี่สิบเก้าของโรงแรมหรูกลางกรุงอย่างที่นี่...ทำไมถึงได้เปิดแต่เพลงสโลว์ทั้งนั้นเลย นี่ฉันยืนให้พี่เอกอดกลางฟลอว์มาสามเพลงรวดแล้วน้า...งื้อออ น้องบี... เค้ากระซิบเรียกฉันติดริมหู...ขอย้ำว่าติดริมหูจริง ๆ ค่ะ อย่ามาเรียกด้วยเสียงเซ็กซี่อย่างนี้นะพี่เอ...บีเป็นคนอ่อนไหวง่ายพี่เอรู้อ่ะป่าววว คะ... ฉันกลัวจะเสียเปรียบ...ก็เลยตอบด้วยเสียงที่ (คิดว่า) เซ็กซี่กลับไปบ้าง พี่เอคงรู้สึกได้ว่าฉันกำลังยืนตัวแข็งทื่อ...ก็ใครจะกล้าขยับล่ะ ขยับไปทางไหนก็โดนตัวเค้าไปทุกสัดส่วนเลย เฮ้อ...มันช่างวาบหวิวอะไรเช่นนี้หนอ อยากไปฮันนีมูนที่ไหน...พี่ให้น้องบีเลือก พี่เอคงอยากชวนฉันคุยเพื่อให้ผ่อนคลาย...เรายังคงขยับตามจังหวะเพลงไปเรื่อย ๆ จริง ๆ แล้วฉันรู้สึกดีไม่น้อยเลย...ที่พี่เอกอดฉันเอาไว้แบบนี้ มันรู้สึกไม่เหมือนไอ้เปี๊ยกหรือเพื่อนผู้ชายคนไหน ๆ ที่เคยกอดฉันเลยซักนิด อ้อมกอดพี่เอทั้งอบอุ่น...แข็งแรง ทำให้ฉันอยากซุกอยู่กับอกพี่เออย่างนี้ไปให้นานที่สุด ฉันกำลังรู้สึกดีกับเค้ามาก ๆ เลยล่ะ...ถึงจะยืนยันกับตัวเองว่ามันไม่ใช่ความรัก แต่ฉันก็ไม่ได้รังเกียจเค้า...และก็คิดว่าเค้าคงไม่รังเกียจฉันเช่นกัน ชีวิตคู่ของเราคงราบรื่น...ในเมื่อเราต่างก็มีความรู้สึกดี ๆ ให้กันทั้งสองฝ่าย และฉันมั่นใจ...ว่าซักวันความรู้สึกระหว่างฉันกับพี่เอมันจะค่อย ๆ มากขึ้นจนกลายเป็น ความรัก ขึ้นมาได้ไม่ยาก เราอยู่เที่ยวในเมืองไทยกันดีมั้ยคะ...บีเป็นคนไทยมายี่สิบห้าปีแล้ว ยังเที่ยวไม่ทั่วเมืองไทยเลย...อยากหาแรงบันดาลใจเอาไว้เขียนรูปด้วย เวลาฉันอยู่กับธรรมชาติ...ฉันจะมีอารมณ์เขียนรูปสุด ๆ เลย เที่ยวเมืองไทย...อืม ดีเหมือนกันนะ เอาสิ...พี่อยากเห็นน้องบีเขียนรูปด้วย พี่เอคงกำลังผ่อนคลายแบบสุด ๆ ...เพราะฉันรู้สึกว่าเค้าก้มลงมาซบนิ่ง ๆ อยู่ที่ซอกคอของฉัน จึ๋ยส์...ฉันขนลุกอีกแล้ว แล้วฉันก็ลืมตัวว่าฉันบอกพี่เอไว้ว่าฉันเต้นรำไม่เก่ง...ฉันก้าวเท้าตามจังหวะเพลงต่อ ๆ มาได้อย่างค่อนข้างชำนาญ ก็มันเคลิ้มนี่นา...อิอิ ฉันไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยในชีวิต...และไม่เคยคิดกับผู้ชายคนไหนเกินกว่าคำว่า เพื่อน เลยซักคน แต่กับพี่เอ...มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษสุด ๆ จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ด้วยกันได้แค่ไม่กี่วัน เค้าทำให้ฉันรู้สึกเกร็งเมื่อเห็นเค้าครั้งแรก... เค้าทำให้ฉันเขินเพียงแค่เค้าชมฉันตามคำสั่งของแม่เค้า... เค้าทำให้ฉันตื่นเต้นจนเป็นลมทันทีที่เค้าสัมผัสแนบชิด... เค้าทำให้ฉันรู้สึกไม่พอใจที่เค้าไม่ยอมกลับบ้านตลอดทั้งคืน... และตอนนี้...เค้าทำให้ฉันรู้สึกดีสุด ๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อล่องลอยอยู่ในอ้อมกอดของเค้า... ดูสิคะ...เค้าทำให้ฉันรู้สึกอะไรต่อมิอะไรตั้งมากมายได้ในเวลาเพียงสองสามวัน ขนาดไอ้เปี๊ยกที่ฉันคบกับมันมาจะสิบปีอยู่แล้ว...ฉันยังไม่เคยรู้สึกอะไรกับมันมากขนาดนี้เลย แล้วอย่างนี้ฉันจะไม่รู้สึกพิเศษ ๆ กับพี่เอได้ยังไง เอาเป็นว่าฉันขอนิยามฐานะของพี่เอในหัวใจของฉันตอนนี้ว่า คนพิเศษ แล้วกันโนะ อ๊ะ!! พี่เอ...ทำอะไรคะ? ความคิดของฉันสะดุดลงฉับพลัน...เมื่อฉันรู้สึกว่าริมฝีปากพี่เอขบเม้มเบา ๆ อยู่ที่ต้นคอ รอยจ้ำแดง ๆ ที่พี่เอบอกว่าเป็นคนทำเอาไว้ที่ต้นคอฉันอันเก่ามันยังไม่ค่อยเลือนหายไปซักเท่าไหร่เลยนะ วันนี้ฉันอุตส่าห์ขัดใจตัวเองโดยการไม่รวบผมเอาไว้อย่างเคยเพื่อปกปิดต้นคอแล้ว นี่พี่เจะมากดย้ำรอยให้มันชัดขึ้นอีกหรือไง... กลับบ้านกันเถอะ... อารมณ์ไหนของเค้าล่ะเนี่ย...จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาชวนฉันกลับบ้าน ง่วงหรอคะ...ตามใจพี่เอค่ะ กลับก็กลับ... ฉันยิ้มบาง ๆ ไปให้เค้าเพราะคิดว่าเค้าคงง่วง ...จริง ๆ นี่มันก็แค่สามทุ่มกว่า ๆ เท่านั้นเอง สายตาพี่เอดูจะหวานผิดปกตินะพอขับรถมาได้ซักระยะ...เค้าเอามือฉันไปกุมไว้เหมือนเคย ฉันคงรู้สึกเขินเหมือนอย่างที่เคยรู้สึกล่ะ ถ้าตอนนี้ฉันไม่รู้สึกว่าร่างกายของฉันมันกำลังเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ฉันขยับตัวอย่างอึดอัดไปตลอดทางกลับบ้านเลยทีเดียว...พี่เอคงคิดว่าฉันคงเขิน ๆ เหมือนเดิมที่เค้าจับมือของฉัน เค้าเลยไม่ได้ถามอะไร พอกลับถึงบ้านปัญจะ...เอ่อ...ของเรา พี่เอก็แทบจะอุ้มฉันขึ้นบ้านเลยค่ะ เค้าโอบฉันไว้ทั้งตัวเชียวล่ะ พี่ไหมบอกว่าพ่อกับแม่ของพี่เอขึ้นนอนแล้ว ...แล้วในที่สุดเราก็เดินมาถึงบนห้องนอน...เอ่อ...ของเรา (อีกแล้ว) จนได้ อื้อ...พี่เอคะ อะไรคะเนี่ย ก็จะไม่ให้ฉันตกใจได้ไงล่ะ...พอปิดประตูห้องปุ๊บ...พี่เอก็คว้าฉันเข้าไปกอดแล้วระดมปากกับจมูกของเค้ามาที่หน้าของฉันปั๊บ นี่เค้าอยากกลับบ้านเพราะเหตุผลนี้เองหรือนี่...ฮือออ ถ้าฉันรู้อย่างนี้ ฉันยอมให้เค้ายืนกอดฉันกลางฟลอว์นั่นทั้งคืนดีกว่า ฉันเบี่ยงหน้าหนีริมฝีปากร้อนรุมของพี่เอสุดฤทธิ์เลย...ก็บอกแล้วไงคะ ว่าร่างกายฉันมันมีบางอย่างบ่งบอกว่ากำลังเกิดเหตุ พี่เอคะ...ปล่อยบีก่อนนะ บีขอเข้าห้องน้ำ...อื้อ...หน่อย...หน่อยนะคะพี่เอ...นะคะ ถ้าฉันไม่หลบ...ปากฉันคงไม่มีโอกาสได้พูดอย่างนี้หรอก บี...เอ่อ...บีปวดท้องค่ะ หึหึ...จริงหรอ เค้าหัวเราะคล้ายไม่เชื่อฉันอย่างนั้นล่ะ จริง ๆ ค่ะ...บีปวดท้องจริง ๆ ฉันไม่ได้โกหกน้า...ฉันปวดท้องจริง ๆ อ่ะ ปวดหน่วง ๆ ด้วย พี่เอยอมเงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอของฉันโดยดี...แต่ยังไม่วายคลอเคลียอยู่ที่แก้มของฉันอยู่อีกพักนึง ก่อนที่จะยอมปล่อยให้ฉันไปเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางที่ฉันคิดว่าเค้าไม่เต็มใจเอาซะเลย ...นี่ฉันน่าพิศวาสขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย เอิ๊กกก ขอบคุณธรรมชาติ... ฉันครางออกมาภายในห้องน้ำอย่างดีใจเมื่อความรู้สึกของฉันไม่ผิดพลาด...ถึงว่าสิ ปวดท้องชะมัด!! น้องบี...เป็นไรหรือเปล่าจ๊ะ ท้องเสียหรือเปล่า หืม? พี่เอมาเคาะประตูห้องน้ำแล้วเอ่ยถาม ฉันเปิดประตูห้องน้ำออกไปแล้วค่อย ๆ โผล่หน้าออกไปยิ้มแห้ง ๆ ให้เค้า... เป็นไงบ้าง... คือ...คือบี... แล้วฉันจะบอกเค้ายังไงดีอ่ะ แต่พอพี่เอทำท่าจะดึงฉันเข้าไปหาแบบเดิมอีกรอบ...ฉันก็ต้องรีบบอกเค้าเสียงสั่นเลย พี่เอ...คือ...รอบเดือนบีมาอ่ะค่ะ แหะๆๆ หา!! ฉันต้องขอโทษเค้าหรือเปล่าเนี่ย...โฮะๆๆ แล้วพี่เอก็ทำให้ฉันรู้สึกดีอีกแล้วค่ะ...ฉันปวดท้องเกือบทั้งคืนเลย พี่เอขึ้น ๆ ลง ๆ เอาถุงน้ำร้อนเอย นมอุ่น ๆ เอย ยาแก้ปวดเอย ขึ้นมาให้ฉันตลอดเลย สีหน้าเค้าดูเหมือนกำลังเจ็บปวดเหมือนฉันอย่างนั้นล่ะ แล้วเค้าก็นอนกอดฉัน ลูบหลังฉันอย่างปลอบประโลมจนเราหลับไปด้วยกันราว ๆ ค่อนรุ่งได้ อืม...ดีจัง |