2007/Aug/27


"เจ้าบ่าวของฉัน"
ตอนที่
|
|
|
|
บทนำ

------------------------------------------

ฉันกำลังจะแต่งงานค่ะ!!

อย่า...อย่าบอกว่าจะยินดีกับฉันนะคะ ช่วยแสดงความเสียใจกับฉันเถอะ จะเป็นพระคุณอย่างสูง!!

อย่า งง ไปเลยค่ะว่าทำไมฉันต้องเสียใจ ทั้งที่น่าจะแฮปปี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สุดๆๆๆๆๆ เพราะจะได้ลงจากคานทั้งที อายุก็ปาเข้าไป 25 แล้ว ก็คนไม่มีแฟนอ่ะ ทำไงได้...เนอะ

นั่นแน่...งงกันอีกล่ะสิ ไม่มีแฟนแล้วทำไมถึงจะแต่งงาน โถ่...ก็เจ้าบ่าวของฉันน่ะ แฟนฉันที่ไหนกันเล่า!!

ฉันเป็นมนุษย์ประหลาดค่ะ โผล่ออกมาจากท้องแม่ปุ๊บ...ก็มีคู่หมั้นปั๊บ เหอๆๆ จะมีใครอยากลอกเลียนแบบมั้ยคะเนี่ย แต่อย่าเลยค่ะ...เพราะมันปวดหัวจะตายชัก ฉันเองอยากหาห่วงผูกคอซะที่ไหนล่ะ อยากรักษาความโสดของตัวเองให้นานที่สุด เป็นไปได้อยากอพยพขึ้นไปอยู่บนคานซะเลยด้วยซ้ำ สบายดีจะตาย

ก็นะ...พ่อกะแม่บังเกิดเกล้าท่านบอกว่า หวังดี หาคู่ที่ เหมาะสม ที่สุดในโลกไว้ให้แล้ว จะขัดท่านก็จะตกนรกโทษฐานอกตัญญูซะเปล่า ๆ เอาก็เอา...แต่งก็แต่ง

แต่...ไอ้คำว่า แต่ นี่ล่ะค่ะสำคัญ ก็ฉันกะเจ้าบ่าวของฉันเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวในชีวิต!!

ไม่ค่ะ...ไม่ใช่เมื่อวาน ไม่ใช่อาทิตย์ที่แล้ว ไม่ใช่เดือนที่แล้ว และก็ไม่ใช่ปีที่แล้ว แต่มันคือ...เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เง้อออออออ

พ่อแม่ของฉันกับ เค้า ถึงขนาดลงทุนตั้งชื่อเล่นฉันกับเค้าให้เรียงกันอย่างสวยงาม พี่เอ กะ น้องบี ดูเหมาะสมกันซะจริง ๆ

เจ้าบ่าวของฉันเค้าสนใจการแต่งงานของเราในครั้งนี้มากกกกกกกกกกกกกกกก เลยนะคะ ...หึหึ เค้าจะกลับมาถึงเมืองไทยในเวลาตีห้าของวันงานค่ะ สุดยอดของความสนใจเลยนะคะเนี่ย!!

เอาเถอะค่ะ...ยังไงฉันก็หนีไม่รอดแล้วล่ะ จะแก้ปัญหา หรือจะแก้...อะไรกัน เดี๋ยวค่อยว่ากันภายหลัง ตอนนี้ฉันคงต้องรีบไปลองชุดแต่งงานแล้วล่ะ ...ก็ทั้งแม่ฉัน พ่อฉัน แล้วยังจะ ยัยซี น้องสาวตัวแสบ จัดการหาชุดแต่งงานเอาไว้ให้ฉันลองเกือบยี่สิบชุด เฮ้อ...

ให้กำลังใจเจ้าสาวในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอย่างฉันด้วยนะคะ ...เจ้าบ่าวของฉันเค้าจะมาป่วนชีวิตของฉันยัง เอาไว้ฉันจะทยอยเอามาเล่าให้ฟังค่า......

ตอนที่ 1
ตอนที่ 1

---------------------------------------------

สวัสดีค่ะ คราวนี้ฉันขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการซักหน่อยนะคะ ฉันชื่อ นางสาวปรียา เทพศิริ เจ้าค่ะ หรือ...

ลูกบี ...ของแม่

เจ้าบี ...ของพ่อ

พี่บี ...ของยัยซีน้องสาวของฉัน

ไอ้บี ...ของเพื่อน ๆ

หนูบี ...ของเหล่าบรรดาผู้ใมหญ่ไฮโซที่เคารพ

และสุดท้าย...ชื่อเล่นของฉันที่เพิ่งได้รับการสถาปนาวันนี้สด ๆ ร้อน ๆ น้องบี ...ของเจ้าบ่าวของฉัน

เราได้เจอกันแล้วค่ะ...พอฉันเห็นเค้าครั้งแรกฉันก็ถึงกับตะลึง!! ก็จะอะไรซะอีกล่ะคะ ก็เค้าหล่อมากกกกกกกก เพอร์เฟคไปซะทุกอย่าง ทำเอาฉันรู้สึกว่าฉันน่ะไม่ได้คู่ควรอะไรกับเค้าเอาซะเลย ถึงแม้คนรอบ ๆ ข้างฉันมักจะบอกว่าฉันน่ะ สวยสุด ๆ ก็เถอะ รวมไปถึง...

วันนี้น้องบีสวยมาก อะจึ๋ยส์ ...เจ้าบ่าวของฉันเค้าก็ชมฉันด้วยล่ะค่า ถึงแม้ว่าสีหน้าตอนที่เค้าชมฉันน่ะ มันจะเรียบสุด ๆ ...ที่เค้าชมน่ะ ไม่ใช่จู่ ๆ ก็ชมหรอกนะคะ คุณป้าอรุณศรี คุณแม่ของเค้าเป็นคนคะยั้นคะยอให้เค้าพูดชมฉันต่างหาก ชิ...

ฉันกะจะชมเค้าตอบกลับไปแล้ว ว่า พี่เอก็หล่อมากเหมือนกันค่ะ แต่พอดีคุณนายกันต์กมล แม่ของฉันไม่ได้บอกให้พูดเหมือนแม่ของเค้านี่ แล้วเรื่องอะไรจะชมให้เสียฟอร์มล่ะ!!

คงเป็นเพราะเราไม่ได้เจอกันมาตั้งยี่สิบกว่าปี เจ้าบ่าวของฉันกับฉันเลยไม่มีหัวข้อสนทนาอะไรที่จะเอามาพูดกันเท่าไหร่ เราทำได้แต่เพียงยิ้ม...ต้อนรับแขก...และกล่าวขอบคุณ เท่านั้นล่ะ เราทำสามอย่างนี่วนเวียนกันอยู่ตั้งแต่พิธีสงฆ์แบบไทย ๆ ในช่วงเช้า จนกระทั่งงานเลี้ยงที่พ่อแม่ฉับกับเค้าเนรมิตขึ้นมาซะใหญ่โตในตอนค่ำ

เพื่อน ๆ ฉัน แห่ มางานแต่งงานสายฟ้าแล่บของฉันกันเพียบเลยค่ะ เพราะไม่มีใครจะคิดน่ะสิคะ ว่าฉันจะมีวันแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวกะชาวบ้านเค้าด้วย เพื่อนจำนวนสามในสี่ที่มาในวันนี้เป็นผู้ชายค่ะ เพราะฉันเรียนจบจิตรกรรม ขีด ๆ เขียน ๆ รูปตามแบบที่ฉันชอบ

เฮ่ย...ไอ้บี สามีในอนาคตของแกนี่หล่อเป็นบ้าเลยว่ะ ไอ้เปี๊ยกค่ะ มันคือไอ้เปี๊ยก เพื่อนผู้ชายที่ฉันสนิทที่สุด...มันกระซิบแซวฉันพร้อมทำหน้ากวนประสาทได้อย่างหน้าเตะเป็นที่สุด

นั่นดิ่...อิจฉาแกว่ะไอ้บี เมื่อไหร่ฉันจะมีเทพบุตรสุดหล่อ รวยล้นฟ้าแบบนี้มายืนเป็นเจ้าบ่าวให้บ้างวะเนี่ย นี่ก็ยัยมด หรือไอ้มด ...ซี้ฝ่ายหญิงของฉันเองค่า มันแสบกว่าไอ้เปี๊ยกอีกจะบอกให้

เอ่อ...พี่เอคะ ทั้งหมดนี่เป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของบีเองค่ะ ฉันหันไปบอกเจ้าบ่าวสุดหล่อของฉันด้วยใบหน้าที่ซีดสุด ๆ ...ก็ดูแต่ละคำพูดของไอ้พวกเพื่อน ๆ สุดที่รักของฉันสิคะ ฮึ่ม...

สวัสดีครับ...ขอบคุณมากครับที่มาเป็นเกียรติ เค้าซ้อมพูดมาแค่นี้หรือไงนะ...ก็เค้าพูดประโยคนี้กับแขกแทบทุกคนที่เดินเข้างานเลย

แล้วค่ำคืนแห่งชีวิตโสดของฉันก็กำลังจะผ่านพ้นค่ะ ฉันได้เป็น นางปรียา ปัญจะ ภรรยาของ นายอธิป ปัญจะอย่างสมบูรณ์แล้วทางนิตินัย และฉันกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ฉันจะได้เป็น ภรรยาที่สมบูรณ์ทางพฤตินัย แล้วค่า ...งือ ฉันเปลี่ยนใจตอนนี้ทันมั้ยเนี่ย

มีหลานให้พ่อกับแม่อุ้มไว ๆ นะลูกนะ...เอ บี นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่มารดาบังเกิดเกล้าของฉันพูดก่อนจะปิดประตู ห้องหอ ลงด้วยใบหน้าที่บานสุด ๆ

โถ่...แม่ แม่ก็รู้ว่าไอ้กระบวนการ ผลิตหลาน ให้แม่น่ะ มัน...เอ่อ...มันน่าหวาดเสียวขนาดไหน หนูยังไม่กล้าหรอกน้า

เอ๋...หรือว่าจะลงทุนปล้ำ เจ้าบ่าว มันซะเลย จะได้มีหลานให้แม่สมใจ เอิ๊กกกกกก

แต่ว่า...พอฉันแอบเหลือบไปยังอีตาผู้ชายร่างสูง ๆ ที่กำลังง่วนอยู่กับการถอดเสื้อสูทรสีขาวออกจากตัวของเขาอยู่ทางมุมหนึ่งของห้องที่เป็นส่วนของการเปลี่ยนสีผ้า ก็ทำเอาฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่เลยทีเดียวล่ะค่ะ ...เพราะฉันขอย้ำว่า พี่เอ ของแม่ฉันน่ะ เค้าหล่อมากกกกกกกกกจริง ๆ ค่ะ

ให้พี่ช่วยถอดชุดมั้ย จู่ ๆ เค้าก็หันมาถาม

คะ!? ฉันกระพริบตาปริบ ๆ ...ก็มันยังไม่ทันตั้งตัวนี่

กระดุมป็นแผงเลย...ให้พี่ช่วยถอดชุดมั้ย ทีนี้เค้าเดินเข้ามาถามใกล้ ๆ ชี้ไปที่เจ้ากระดุมทางด้านหลังของชุดที่เรียงกันนับสิบเม็ดนั่นด้วย

ตอนนี้เลยหรอคะพี่เอ...บีว่าเราอาบน้ำกันก่อนดีมั้ย ตอนนี้บีเหม็นไปทั้งตัวเลยอ่ะค่ะ ไม่น่าพิศวาสหรอก แหะๆๆ ฉันพยายามหาทางเลี่ยง...นี่พี่เอคิดจะชวนฉันแก้ผ้าแล้วปฏิบัติภาระกิจ ผลิตหลานให้แม่ ตอนนี้เลยน่ะหรอ โอ้วววว

หืม?...น้องบีว่าไงนะ หน้าตาเค้าบ่งบอกว่ากำลังงงสุดฤทธิ์ คือ...พี่ไม่ได้จะ...เอ่อ...ทำอะไรน้องบีหรอก แค่จะช่วยถอดชุดให้ น้องบีถอดเองคงไม่ได้แน่ น้ำเสียงเค้าอ่อนโยนดีจัง...ถึงแม้เค้าจะไม่ได้ยิ้มออกมาซักนิดเลยก็เถอะ

แต่คำพูดของพี่เอทำให้ฉันเขินซะแล้วสิ...เหมือนฉันเป็นคน ฟุ้งซ่าน คิดเรื่อง...เอ่อ...เรื่องนั้นอยู่ฝ่ายเดียวงั้นแหละ

ร...หรอคะ ถ้างั้นบีว่าบีทำเองได้ค่ะ...ไม่รบกวนพี่เอดีกว่า บีมือยาวแขนยาวค่ะ กระดุมแค่นี้สบายมาก ฉันส่งยิ้มที่คิดว่าหวานที่สุดไปให้เค้าเลยนะ

น้องบียังยิ้มสวยเหมือนเดิมเลยนะ

คะ!? เค้าทำให้ฉันต้องอุทานคำเดิมออกมาอีกแล้ว...จู่ ๆ ก็ชม ชมด้วยสีหน้าเรียบสุด ๆ ด้วยนะ...นี่สามีของฉันเค้ายิ้มไม่เป็นหรือไงนะ

สามีของฉัน แว๊กกกก นี่ฉันนึกประโยคนี้ขึ้นมาได้ไงเนี่ย...บรื๋อ ขนลุกเลยง่ะ

มาเถอะ...พี่ช่วย คราวนี้เค้าไม่พูดเปล่าค่ะ มือใหญ่ ๆ ของเค้าเอื้อมมาจับไหล่ฉันแล้วบังคับให้ฉันหันหลังให้

สั่นสิคะงานนี้ ฉันยืนนิ่งไม่กล้าขยับเขยื้อนเลยค่ะ แต่พอนึกถึงท่าทางของเค้าที่ไม่ได้ หื่น อะไรซักนิด ฉันก็พอเบาใจได้ค่ะ

สงสัยกระดุมของฉันกระดุมของฉันมันจะเยอะจริง ๆ นะคะ...หรือเป็นเพราะฉันตื่นเต้นมากก็ไม่รู้ ก็ฉันรู้สึกว่าพี่เอใช้เวลาในการปลดกระดุมให้ฉันนานชะมัดเลย หึ...นึก ๆ แล้วก็เคืองยัยซีน้องสาวตัวแสบของฉันขึ้นมาเลยค่ะ ก็มันเป็นคนเลือกชุดนี้ให้ฉันน่ะสิคะ

เสร็จแล้ว พี่เอบอกออกมาเมื่อฉันรู้สึกว่ามือของเขาไม่ได้สัมผัสตัวฉันแล้ว

ขอบคุณค่ะ...เอ่อ...บีว่าพี่เอใช้ห้องน้ำก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวบีต้องจัดการกับเครื่องเพชรของคุณป้าอรุณศรีก่อนค่ะ เดี๋ยวหลุดหายไปซักเม็ดสองเม็ด บีโดนคุณป้าเจื๋อนแน่เลย ฉันหันหน้ามาพูดกับเค้า...มือของฉันจับชุดต่งงานแน่นเชียวล่ะ ก็มันเป็นเกาะอก...พอกระดุมหลุดหมด ชุดมันก็ทำท่าจะหลุดตามน่ะสิ

ถอดเครื่องเพชรน่ะถอดได้ แต่แหวนนั่นน่ะ พี่เอมองไปที่แหวนเพชรเม็ดโตที่นิ้วนางข้างซ้ายของฉัน ที่พี่เอเป็นคนบรรจงสวมให้กับมือตอนงานพิธีในช่วงเช้า พี่ขอให้ใส่เอาไว้ตลอดนะ...แหวนแต่งงาน

ฉันยกมือขึ้นมองแหวนนั่นโดยอัตโนมัติ...แหวนนี่จะเหมือน ห่วง ที่คล้องฉันติดกับพี่เอไปตลอดกาลหรือเปล่านะ

พี่เอก็ห้ามถอดแหวนั่นเหมือนกันนะคะ... ฉันมองไปที่แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของพี่เอบ้าง

พี่ไม่คิดจะถอดอยู่แล้ว คำพูดของพี่เอทำให้ฉันทำหน้าไม่ถูกอีกแล้วนะ

แม่เคยเล่าว่าตอนเด็ก ๆ ที่ฉันกับพี่เอเจอกัน...ฉันมักจะหาเรื่องแกล้งพี่เอตลอดเลย พอโดนแกล้งกลับก็ร้องไห้มาฟ้องแม่ แต่ตอนนี้อ่ะ...พี่เอแกล้งให้ฉันเขิน แม่จ๋า...พี่เอแหล้งหนู ฮืออออออ

พี่...พี่เออาบน้ำเถอะค่ะ จะได้พักผ่อน...นั่งเครื่องมาตั้งแต่เช้ามืด แล้วยังต้องทำพิธีอะไร ๆ ทั้งวันอีก เอ่อ...บีคงไม่ต้องช่วยพี่เอปลดกระดุมหรอกนะคะ นี่ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย

ได้ก็ดีนะ ฉันได้ยินเสียงเค้าหัวเราะด้วยล่ะ...พี่เอบ้า

ฉันก้มหน้าเดินผ่านร่างสูง ๆ ของเค้าไปยังมุมแต่งตัว แอบหันหลังมาแลบลิ้นให้เค้าด้วย...กระดุมตัวเองถอดง่ายจะตาย เรื่องอะไรฉันต้องช่วยถอดยะ ชิ!!

แล้วพี่เอก็หายเข้าไปในห้องน้ำ...ฉันถึงกับถอนใจหายเฮือกใหญ่เชียวล่ะ อย่างน้อยก็ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองซักพัก...โอย ฉันจะเป็นลมแล้ววว...เมื่อคืนก็นอนไม่หลับ พอจะหลับแม่ก็เข้ามาปลุกแล้ว คนนู้นคนนี้เข้ามาทำอะไรต่อมิอะไรให้ตัวฉันเยอะแยะจนน่าปวดหัว อยากจะอาเจียนออกมาเหลือเกินแต่ก็กลัวว่าชาวบ้านเค้าจะคิดว่าฉันน่ะ ท้องก่อนแต่ง เหอะๆๆ

เครื่องเพชรของคุณป้าอรุณศรีน่ะสวยมาก ๆ เลยนะ...ฉันต้องค่อย ๆ ถอดทีละชิ้นอย่างเบามือที่สุด เวลาเอาไปคือคุณป้าจะได้ไม่ว่าเอาได้ แล้วทุกชิ้นก็เข้าไปนอนเรียงในกล่องกำมะหยี่ที่เดิมของมันได้อย่างสวยงาม ตอนนี้เครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวที่ติดแหง็กอยู่กับร่างกายฉันก็คือ...แหวนแต่งงาน

คุณป้าบอกว่าเป็นแหวนเก่าแก่ของตระกูล ปัญจะ เชียวนะ...แล้วพี่เอก็เป็นคนเลือกเองจากจำนวน 3 วงที่คุณป้าอรุณศรีคิดว่า เก่า และ เก๋า ที่สุด...ก็พี่เอน่ะแทบจะเป็นลูกชาย และหลานชายคนเดียวในตระกูลเลย อ้อ...ลืมไป ยังมีลูกบุญธรรมของคุณลุงเกษมที่เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของคุณลุงกริช พ่อของพี่เออีก ...แต่ใคร ๆ ก็พากันบอกว่า ไม่เอาถ่าน กันทั้งนั้น

อ๊ะๆๆ...อย่าคิดว่าแหวนแต่งงานที่ฉันให้พี่เอจะ เก่า และ เก๋า สู้ที่พี่เอให้ฉันไม่ได้นะ แหวนที่ฉันให้พี่เอน่ะ...เป็นของคุณปู่เลยนะจะบอกให้ ก็ฉันน่ะ...หลานรักของคุณปู่เลยค่า วันนี้คุณปู่เป็นประธานในงานแต่งงานของฉันด้วยนะจะบอกให้ อดีตรัฐมนตรีผู้ซื่อตรงและมีความสามารถเชียวนะ ไม่ธรรมดาเลยล่ะคุณปู่ของฉันน่ะ!!

ฉันนั่งยิ้มให้แหวนแต่งงานวงสวยนั่นอยู่อีกพักนึงก็ลุกจากโต๊ะเครื่องแป้งที่นั่งอยู่ หันหลังไปยังตู้เสื้อผ้าในส่วนของฉันแล้วหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำออกมา ไอ้เจ้าชุดแต่งงานเนี่ย...ก็อย่างที่บอกว่ามันจะหลุดอยู่แล้ว เพียงแค่ฉันปล่อยมือที่จับขอบเกาะอกอยู่...มันก็ร่วงลงสู่แทบเท่าของฉันอย่างง่ายดาย

แต่ฉันคงใช้เวลาในการ โละ เครื่องเพชรในตัวนานไปหน่อย...ก็พอฉันปล่อยให้ชุดแต่งงานร่วงลงปุ๊บ...ประตูห้องน้ำก็เปิดปั๊บ!!

อ๊าาาา... ฉันแหกปากออกมาเลยล่ะ...ก้ฉันกำลังเปลือยทั้งตัวต่อหน้าผู้ชายนี่!

เอ่อ... พี่เอใบ้รับประทานไปเลย...นี่คงไม่ได้คิดว่าฉันกำลัง ยั่ว เค้าหรอกน้า

ฉันรีบหันหลังให้เค้าแล้วสวมชุดคลุมมือไม้สั่นเลยล่ะ...อยากร้องไห้จริง ๆ เลยช้านนน

พี่เรียบร้อยแล้วล่ะ...เชิญน้องบีเถอะ เสียงของพี่เอยังคงราบเรียบเช่นเคย...หรือเค้าจะไม่ได้คิดอะไรกับส่วนเว้าส่วนโค้งของฉันเลยหว่า

นี่ฉันจะเสียใจหรือดีใจดีล่ะเนี่ย...เง้ออออ

ค...ค่ะ แล้วฉันก็วิ่งปรู๊ดตัดหน้าเค้าเข้าห้องน้ำไปเลย

พอเข้าห้องน้ำได้...ฉันลองเอามือทาบหน้าอกดู แม่เจ้า...หัวใจฉันเต้นแรงอย่างกับมันจะหลุดออกจากขั้วอย่างนั้นล่ะ ถ้าฉันจะอยู่ในนี้ถึงเช้า...พี่เอจะคิดว่าฉันหัวใจวายตายคาห้องน้ำหรือเปล่าเนี่ย

ฉันพยายามขัดสีฉวีวรรณตัวเองให้นานที่สุด ทั้ง ๆ ที่ปกติฉันเป็นคนอาบน้ำเร็วมาก ๆ ผิดกับผู้หญิงทั่ว ๆ ไป เอาเป็นว่าฉันจะกะเวลาให้พี่เอหลับสนิทไปซะก่อนก็แล้วกัน

เป๊ง!!...ชั่วโมงนึงพอดิบพอดีเลย พี่เอคงฝันดีไปแล้วล่ะ ป่านนี้แล้ว...ฉันคำนวณดูไม่น่าพลาดหรอก อิอิ ฉันต้องค่อย ๆ เปิดประตูห้องน้ำ...เดี๋ยวพี่เอตื่น

พี่กำลังจะเคาะประตูพอดี...คิดว่าน้องบีเป็นอะไร

เฮ่ย...ทำไมยังไม่นอนอีกล่ะพี่เอจ๋า...ฮืออออ

เอ่อ...พอดี...เอ่อ...บีท้องเสียน่ะค่ะ แหะๆๆ นี่ถ้ารู้ว่าเค้ายังไม่หลับ...ฉันคงหยิบชุดนอนติดมือเข้าไปด้วยแล้วล่ะ...ไม่ต้องมาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำที่ล่อแหลมสุด ๆ อย่างนี้หรอก

พี่เออยู่ในชุดนอนเนื้อบางลายทางเรียบร้อย...เค้านั่งอ่านหนังสือเล่มหนา ๆ อยู่บนเตียงที่โปรยดอกกุหลาบเอาไว้เต็มไปหมด ผมเค้าดูยุ่ง ๆ ไม่เรียบแปล้หมือนทั้งวัน ดูเค้าน่ารักเป็นบ้าเลย

ฉันยืนมองเค้าได้ไม่นานหรอก...ต้องรีบวิ่งไปแต่งตัวให้เรียบร้อยซะก่อน เค้าไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ...ทำไมไม่รู้จักหลับจักนอน

ฉันเดินเข้ามาที่เตียงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ด้วยชุดนอนลายหมีน้อยตัวเก่งของฉัน...เราต้องนอนด้วยกันจริง ๆ หรอ

น้องบีมีแฟนหรือเปล่า แล้วเค้าจะถามอะไรอย่างน้านนน...ถามด้วยน้ำเสียงธรรมดาสุด ๆ อีกต่างหาก

ม...ไม่มีค่ะ พี่เอมีแฟนแล้วหรอคะ... ภาวนาให้เค้าตอบว่า มี

พี่ก็ไม่มีเหมือนกัน ฉันคงลืมบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตอนภาวนาเมื่อกี้

หรอคะ...ว้าย!!! จะไม่ให้ร้องได้ไง...ก็พี่เอดึงฉันเข้าไปหา...แล้วกดฉันลงกับที่นอน!!

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก...ที่เราจะเป็นสามีภรรยากัน พี่เอพูดอยู่ใกล้ ๆ หน้าฉัน...แล้วเค้าก็ก้มวูบลงมา

อื้อ... ฉันโดนจูบค่า...จูบแรกในชีวิตด้วยยย

ริมฝีปากพี่เอบดลงมาที่ริมฝีปากฉันเบา ๆ ในตอนแรก...แล้วก็ค่อย ๆ หนักหน่วงขึ้น มันเหมือนแฝงไว้ด้วยความเร่าร้อน...และเรียกร้องบางอย่าง

ฉันหลับตาปี๋เลยล่ะ...รับรู้สัมผัสอ่อนโยนของเค้าด้วยความรู้สึกล้วน ๆ เลย จนฉันรู้สึกถึงลิ้นอุ่น ๆ ของพี่เอที่สอดแทรกผ่านเข้ามาภายในโพรงปากของฉัน...ฉันถึงกับลืมตาโพลงเลยทีเดียว

สายตาของพี่เอที่มองสบกลับมาทำเอาฉันลืมทุก ๆ สิ่ง...พี่เอมองตาฉันนิ่ง ๆ แล้วมอบความดูดดื่มผ่านรสจูบจากปลายลิ้นของเค้าอย่างช่ำชอง จนฉันขยับพลิกพลิ้วลิ้นเล็ก ๆ ของตัวเองตามไปบ้างอย่างล่องลอย

อืม... เป็นเสียงของพี่เอค่ะ...ไม่รู้ทำไม ฉันชอบเสียงนี้ของเค้าจัง

เค้าถอนจูบออกจากริมฝีปากของฉันช้า ๆ ...อ้อยอิ่ง ก่อนจูบแผ่ว ๆ ย้ำ ๆ ลงมาอีกสองสามครั้ง แล้วเราก็มองตากัน...สายตาของพี่เอ ถ้าเปรียบเป็นไฟ ก็คงเผาฉันเป็นจุลไปในวินาทีนี้

กระดุมเสื้อนอนของฉันกำลังถูกปลด...พร้อม ๆ กับริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาที่ก้มลงมาจูบที่แกมของฉันเบา ๆ แล้วลากเรื่อยไปที่ลำคอ...

พี่เอ... เท่านั้นล่ะค่ะ...สติของฉันก็ดับวูบลง!!

ตอนที่ 1 |2|3|4|5
ตอนที่ 2
ก๊อก ก๊อก ...

คุณบีคะ...คุณบี

อืม...ใครเรียกแต่เช้า ไม่ใช่เสียงยัยนกน้อย (เด็กรับใช้บ้านฉันเองค่ะ) นี่หว่า

คราย... ฉันคราวถามออกไปทั้ง ๆ ที่สติสตังยังไม่สมบูณ์เท่าไหร่นัก ก็คนมันง่วงสุด ๆ เลยอ่ะ

พี่ไหมเองค่ะ...อยากเรียนถามว่าคุณบีจะรับของเช้าข้างบนเลยหรือเปล่าคะ พี่ไหมจะได้ให้เด็กยกขึ้นมาให้

พี่ไหม...จริงด้วย เสียงพี่ไหมนี่ พี่ไหมที่เป็นแม่บ้านแสนใจดีของบ้าน ปัญจะ ...บ้านปัญจะ!!

เฮ่ย... ฉันตื่นเต็มตาเลยค่ะงานนี้...เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ใช่บ้านของตัวเอง ก็ฉันแต่งงานแล้วนี่

ตายๆๆๆๆ...นี่ฉันเป็นสะใภ้ที่ยอดแย่ที่สุดแห่งปีหรือเปล่านะ ตื่นซะสายโด่งเลย

เดี๋ยวนะคะพี่ไหม... ฉันร้องบอกออกไปแล้วก็ตาลีตาเหลือกสะบัดผ้าห่มหนานุ่มที่คลุมร่างฉันเอาไว้ไปซะทางนึง ก่อนก้าวเร็ว ๆ ไปเปิดประตู

พี่ไหมต้อนรับฉันด้วยรอยยิ้มอย่างที่เคยเห็นบ่อย ๆ ...ฉันมาบ้านปัญจะทีไร พี่ไหมเป็นต้องเอาขนมนมเนยมาต้อนรับฉันซะมากมากทุกที ไม่รู้รักอะไรฉันนักหนา

คุณบียังไม่ตื่นหรือคะ ขอโทษทีค่ะที่พี่ไหมมารบกวน...พอดีคุณผู้หญิงให้มาเรียนถาม

คุณผู้หญิง ที่พี่ไหมพูดถึงก็คือคุณป้าอรุณศรีนั่นเองค่ะ...แม่สามีที่ดีที่สุดในโลก

บีขอเวลาสิบห้านาทีนะคะพี่ไหม...เดี๋ยวบีลงไปทานข้างล่างค่ะ ขอบคุณมากค่ะพี่ ฉันพูดพร้อมส่งยิ้มหวาน ๆ ไปให้พี่ไหมก่อนที่พี่ไหมจะหันหลังเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะยิ้มตอบฉันกลับมาด้วย

ฉันปิดประตูห้องลง หันไปมองนาฬิกาติดฝาผนังเรือนเก๋ใกล้ ๆ ...มันบอกเวลาแปดโมงเช้าเป๊ะ จริง ๆ ถ้าอยู่บ้าน...นอนต่อได้อีกหลายชั่วโมงเลยนะเนี่ย ฮ้าววววว

เอ๊ะ!...แล้วนี่สามีหมาด ๆ ของฉันหายไปไหนหว่า จริงด้วย...ทำไมฉันไม่เจอเค้าเลยล่ะ ก็เมื่อคืน........ หวาย...นี่ฉันตกเป็นของพี่เอหรือยังเนี่ย...รู้สึกตัวตอนสุดท้าย เค้ากำลัง...จูบฉันอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วหลังจากนั้นล่ะ...จึ๋ยส์ ฉันไม่รู้สึกตัวอีกเลยอ่ะ

ฉันก้มลงสำรวจตัวองทันทีเลยค่ะ...วิ่งไปส่องแระจกในห้องน้ำด้วยอีกต่างหาก ว่าแต่ว่า...ถ้าฉัน เอ่อ ...เสร็จพี่เอไปแล้ว มันจะมีอะไรที่บ่งบอกได้มั้งง่ะ

เสื้อผ้าฉันก็อยู่ครบ...เรียบร้อยดี ผมยุ่ง ๆ ของฉัน...อันนี้มันอาจเกิดจากการที่ฉันนอนดิ้นมาก ๆ ก็ได้ ฉันเงยหน้ามองตัวเองในกระจก และสิ่งที่กระจกนั่นสะท้อนกลับมาให้ฉันเห็นก็คือ...

หญิงสาวหัวยุ่ง ๆ คนนึง...ผมสีดำสนิทที่มักรวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลังตอนนี้มันฟูกระจายเต็มไปหมด บางส่วนร่วงลงมาระใบหน้าขาวใส ไม่มีเครื่องสำอางยี่ห้อดัง ๆ อย่างที่ผู้หญิงหลาย ๆ คนชอบใช้ฉาบอยู่บนผิวหน้า ดวงตากลมโตนั่นหรี่ปรือหน่อย ๆ อย่างคนที่เพิ่งตื่นนอน จมูกโด่งรั้นเป็นมันนิด ๆ รับกับริมฝีปากอิ่มสีตอนนี้เป็นสีแดงเข้มกว่าปกติ...ที่ฉันเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงแดงเจ่อซะขนาดนั้น มองมาเรื่อย...สายตาของฉันก็มาสะดุดอยู่ที่...รอยแดงที่ต้นคอ!!

เง๊ยยย...มันมาจากไหนอ่ะ ฉันเอามือจับ ๆ ถู ๆ มันก็ไม่ออก...ยุงกัดหรอ ไม่นะ... ก็มันไม่คันอ่ะ แล้วนี่ฉันไปโดนอะไรมาอ่ะ แดงเป็นจ้ำเชียว...น่าเกลียดชะมัด

สรุปแล้วในอีกสิบห้านาทีต่อมา...ฉันก็ต้องลงมาจากห้องนอน (ห้องหอของฉัน) ด้วยชุดเสื้อไหมพรมคอเต่าแขนกุดสีน้ำตาลเข้มกับกางเกงยีนส์ตัวเก่ง...ถึงจะเป็นแขนกุด แต่ไหมพรมมันก็ทำให้ฉันร้อนกว่าปกติอยู่ดี...เอาเถอะ อย่างน้อยคือเสื้อมันก็สูงพอที่จะปิดไอ้รอยแดงปริศนาที่ต้นคอของฉันได้ และแน่นอน...ผมยาว ๆ ของฉันถูกรวบเอาไว้เป็นหางม้าด้านหลังเหมือนเช่นปกติทุกวัน

อ้าว...หนูบี มาลูกมา...แม่รอทานข้าวอยู่เชียว เสียงคุณป้าอรุณศรีเอ่ยทักทายฉันอย่างใจดี เอ๋...คุณป้าไม่ได้แทนตัวเองว่า ป้า เหมือนอย่างเคย เอาล่ะสิ...แล้วฉันจะเรียกคุณป้าเหมือนเดิมได้หรือเปล่าเนี่ย

ขอโทษทีนะคะ หนูตื่นสายไปหน่อยค่ะคุณป้า ฉันบอกพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ

เลิกเรียกป้าได้แล้วลูก...หนูเป็นลูกสาวแม่แล้วนะ ต้องเรียกแม่สิจ๊ะ คุณป้า...เอ๊ย คุณแม่อรุณศรีเดินมาโอบฉันขณะพากันเดินไปยังห้องรับประทานอาหาร

ค่ะ...คุณแม่

คนที่ฉันกลัวว่าจะเจอ เค้าไม่ได้อยู่บ้านอย่างที่ฉันเข้าใจ...โอ ช่างเป็นเช้าแห่งการใช้ชีวิตคู่ที่น่าจดจำจริง ๆ

แม่ล่ะอยากตีตาเอจริง ๆ ลูก...บอกว่ามีงานด่วนต้องรีบเข้าบริษัท ไม่รู้จะด่วนอะไรนักหนา...ทิ้งเมียอยู่บ้านคนเดียวในเช้าวันแรกของการแต่งงาน คุณแม่สามีของฉันบ่น

และไอ้คำว่า เมีย ที่คุณแม่อรุณศรีพูด ก็ถึงกับทำให้ฉันสำลักข้าวต้มเลยทีเดียว

เมีย...เมียหรอ!! ง่ะ...ฟังแล้วขนลุก ทำให้ฉันพลอยนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้...มันมีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่ฉันเป็นลมไปอย่างกะทันหันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ฮือออ

เป็นอะไรไปลูก...นั่งเงียบเชียว ข้าวต้มนี่แม่ทำเองเลยนะ...ต้อนรับลูกสะใภ้ของแม่โดยเฉพาะเลย

นี่ถ้าฉันจะสำลักข้าวสองครั้งติดกันเนี่ย...มันจะเสียมารยาทเกินไปหรือเปล่าคะ

เอ่อ...หนูกำลังนึกว่ามันเป็นข้าวต้มที่อร่อยที่สุดอยู่เลยค่ะ คุณแม่ เอาใจแม่สามี...อืม ฉันก็เป็นลูกสะใภ้ที่ดีเหมือนกันนะ

ปากหวานจริงลูกคนนี้...อย่าโกรธพี่เอเลยนะลูก บริษัทเพิ่งขยายสาขามาเมืองไทยไม่ถึงเดือน คงยุ่ง ๆ หน่อยล่ะ...ไม่ต้องกลัวเรื่องกำหนดการฮันนีมูนนะจ๊ะ ยังเหมือนเดิม...แม่ไม่ยอมให้นายเอเลื่อนเด็ดขาด อยากอุ้มหลานเร็ว ๆ

เอา...เอาเข้าไป แต่ละคำพูดของแม่สามีฉัน...ชวนให้สำลักข้าวแทบทั้งสิ้นเลย

จริง ๆ ฉันก็เข้าใจพี่เอล่ะ...บริษัทผลิตนาฬิกาที่พี่เอร่วมหุ้นกับเพื่อน ๆ เปิดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่งขยายสาขามาเปิดที่เมืองไทยเป็นที่แรกในเอเซีย คงกำลังยุ่งอยู่ไม่น้อย

พี่เอเรียนจบปริญญาเอกเชียวนะจะบอกให้ (ขออวดสามีหน่อยค่า) ...จบวิศวะด้วยล่ะ แล้วที่ฉันทราบจากคุณพ่อของพี่เอ...พี่เอชอบนาฬิกา เลยร่วมทุนกับเพื่อน ๆ ตั้งบริษัทผลิตนาฬิกาเป็นของตัวเองซะเลย แล้วก็ประสบความสำเร็จซะด้วยนะ ONC. ของพี่เอเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมในสวิตเซอร์แลนด์ในเวลาไม่นาน ยังมีการส่งออกข้ามประเทศ ข้ามทวีปกันอีกด้วย และเมืองไทยก็เป็นที่หนึ่งที่ ONC. ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งที่ฉันคิดว่ามันเป็นนาฬิกาที่แพงสุด ๆ ไปเลย

รอพี่เอว่างจริง ๆ ก่อนก็ได้ค่ะคุณแม่...พี่เอเป็นผู้บริหาร บริษัทก็เพิ่งเข้ามาเปิดไม่นาน พี่เอคงตัดใจทิ้งไปไหนยาก หนูเข้าใจค่ะ จริง ๆ แล้วฉันยังไม่อยากไปฮันนีมูนต่างหาก

น่ารักจริง ๆ แม่คุณ...คุณกันต์ชอบพูดว่าลูกสาวคนโตนี่สุดเฮี้ยว แม่ว่าหนูน่ารักจะตาย

แม่นะแม่...เอาฉันมาเผาลับหลังซะนี่ แต่ว่า...ถ้าคุณแม่อรุณศรีอยู่กับฉันนานกว่านี้อีกซักหน่อย คงรู้ล่ะค่ะ...ว่าที่แม่ฉันพูดน่ะไม่ได้ไกลจากความเป็นจริงเลย

อยู่กันไปนาน ๆ ...บางทีคุณแม่อาจจะอยากส่งหนูคืนก็ได้นะคะ ฉันพูดยิ้ม ๆ

ไม่มีทางซะล่ะ...แม่จองของแม่ไว้ตั้งแต่ในท้อง ไม่ส่งคืนใครที่ไหนแน่นอนจ่ะ คุณแม่อรุณศรีพูดอย่างมั่นใจ เหอๆๆ

พอทานข้าวเช้ากันเสร็จ...คุณแม่สามีของฉันก็ชวนฉันออกไปซื้อของ ฉันก็ว่าง ๆ อยู่แล้ว ไม่มีอารมณ์อยากเขียนรูปตอนนี้เอาซะเลยค่ะ ก็เลยตอบตกลงไป...โดยฉันอาสาขับรถเอง จะได้ไม่ต้องพึ่งคนขับรถของบ้าน

เดินช๊อปปิ้งกับคุณแม่อรุณศรีนี่เหมือนเดินกับเพื่อนเลยค่ะ...คุณแม่สามีของฉันท่านเปรี้ยวสุด ๆ ...ซื้อของแต่ละอย่างทำเอาฉันขนลุกไปเลยทั้งแพง ทั้งหรู...ฉันมีเงินก็จริงนะคะ แต่ไม่เคยมีของฟุ่มเฟือยพวกนี้เป็นชิ้นเป็นอันเลย นิสัยจิตกรอย่างฉันน่ะ ติดดินสุด ๆ ค่ะ

แม่ซื้อให้จ่ะ จู่ ๆ คุณแม่อรุณศรีก็หันมาบอกฉันพร้อมสร้อยเพชนเส้นเบ้อเริ่มเลยค่ะ...ทำเหมือนซื้อขนมให้ฉันเลย อะไรมันจะซื้อกันง่ายดายปานนั้น

เอ่อ...ขอบพระคุณค่ะ แต่หนูคงรับไม่ได้ มันแพงมากเลยนะคะ...อีกอย่าง เครื่องเพชรชุดที่คุณแม่ให้หนูใส่วันแต่งงานน่ะ หนูยังไม่ได้คืนเลย... ฉันส่ายหัวดิก

ใครว่าแม่จะเอาคืนล่ะจ๊ะ ชุดนั้นแม่ให้หนู...มันเป็นของเก่าแก่ของตระกูลปัญจะ แม่ก็ได้รับต่อมาจากคุณย่าของตาเอนั่นล่ะจ่ะ หนูบีเก็บเอาไว้ให้ลูกสาว หรือเอาไว้ให้ลูกชายเอาไปขอสะใภ้ต่อไปเถอะนะลูกนะ แล้วคุณแม่อรุณศรีก็วกกลับเข้ามาเรื่องลูกอีกจนได้ เฮ้อ...

กว่าเราสองแม่ลูก (สะใภ้) จะกลับถึงบ้านปัญจะก็เกือบได้เวลาอาหารเย็นพอดีค่ะ...และพี่เอก็กลับมาถึงบ้านแล้ว

ทันทีที่เห็นเค้าที่ห้องโถงของบ้าน...ฉันถึงกับก้มหน้างุดเลยทีเดียวค่ะ มือไม้เย็นเฉียบเลยล่ะ ทำไมสมองมันต้องมานึกถึงรสจูบอันร้อนแรงในคืนที่ผ่านมาขึ้นมาตอนนี้ด้วยก็ไม่รู้

ไปไหนกันมาครับสาว ๆ พี่เอเอ่ยทักค่ะ...คุณลุงกริชพ่อของพี่เอก็อยู่ด้วย

เมื่อเช้าคุณลุงกริชไปไดรฟ์กอล์ฟแต่เช้า...เลยไม่ได้เจอกัน ตอนนี้ท่านกำลังส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ฉัน แล้วนี่ฉันต้องเรียกคุณลุง่า คุณพ่อ ด้วยใช้มั้ยเนี่ย

แม่ก็พาลูกสะใภ้แม่ไปเที่ยวมาน่ะสิ...ก็เอหนีน้องไปทำงานแต่เช้า มารดาของเค้าเอ่ยคล้ายประชด

โถ่...แม่ครับ งานเอกำลังยุ่งเลย ...ไม่โกรธพี่ใช่มั้ย น้องบี ประโยคสุดท้ายเค้าหันมาพูดกับฉัน...เค้ามองฉันด้วยสายตานิ่ง ๆ แบบนั้นอีกแล้วง่ะ

ม...ไม่ค่ะ... ฉันคงไม่ได้เกิดเป็นโรคติดอ่างขึ้นมาตอนนี้หรอกนะ

พาน้องไปคุยไปอธิบายกันเอาเองเถอะลูกไป...เอาของขึ้นไปเก็บซะนะลูกหนูบี แล้วเดี๋ยวลงมาทานข้าวกับพ่อกับแม่ ไปตาเอ...พาน้องไปสิลูก ทำไมแม่เค้าต้องเปิดโอกาสขนาดนี้...คุณแม่ขา หนูยังไม่อยากอยู่กับลูกชายคุณแม่ตามลำพังเลยค่ะ แง๊ว!!

แล้วฉันก็ถูกสามีหมาด ๆ จูงมือขึ้นไปบนห้องจนได้...เหมือนพี่เอจะมองมาที่คอเสื้อของฉันบ่อย ๆ แล้วแอบอมยิ้มด้วยล่ะ เค้าจะมองทำไมอ่ะ

อุ้ย...พี่เอ ฉันต้องอุทานแน่ล่ะค่ะ...ก็จู่ ๆ ถูกดึงตัวเข้าไปกอดซะงั้น ประตูห้องยังไม่ทันปิดสนิทดีเลย

วันนี้ไปไหนมาบ้าง...หืม? เสียงพี่เอเซ็กซี่ชะมัดเลยแฮะตอนนี้ เค้าก้มลงมาถามซะใกล้เลย นี่เค้าคงไม่คิดจะ...ทำอย่างเมื่อคืนหรอกนะ กรี๊ด...ตื่นเต้น

คุณป้า เอ่อ...คุณแม่ พาไปเดินซื้อของน่ะค่ะ แล้วไปทานข้าวกลางวันกัน เดินต่ออีกหน่อยก็กลับบ้าน ทั้ง ๆ ที่เรียกแม่ของเค้าว่า คุณแม่ มาทั้งวัน...แต่ทำไมพอมาพูดต่อหน้าเค้า มันถึงเขินสุด ๆ อย่างนี้นะ แล้วนี่พี่เอกอดฉันแน่นเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ฉันรู้สึกว่าหน้าผากของเราชนกันแล้ว

พี่คิดว่าน้องบีจะผูกผ้าพันคอซะอีก...

ทำไมคะ... นั่นสิ...ทำไมฉันต้องผูกผ้าพันคอด้วย

ก็พี่ทำน้องบีเป็นรอย...ตรงนี้ พี่เอจบคำพูดของเค้าด้วยการก้มลงมาจูบฉันที่ต้นคอ ผ่านผ้าไหมพรมของเสื้อฉัน ตรงที่มันเกิดรอยแดงนั่นพอดิบพอดี ฉันไม่น่ารวบผมเลยให้ตาย...

อ๊ะ...พี่เอคะ ฉันขนลุกซู่เลยค่า ยกมือขึ้นดันหน้าอกของพี่เอเอาไว้ไม่ให้เราใกล้กันเกินไป แต่ดูมันจะไม่ได้ผลเท่าไหร่

พี่เอบอกว่าพี่เอเป็นคนทำ...ทำไอ้รอยแดง ๆ นั่นเนี่ยนะ เอิ๊กกกก

พี่ขอโทษนะ เสียงเขาดังอู้อี้อยู่แถว ๆ ซอกคอของฉันนั่นล่ะ ฉันพยายามเบี่ยงหนีแล้วนะ แต่เค้ากอดฉันแน่นชะมัด

เรื่องอะไรคะ...อื้อ ฉันครางออกมาเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักของริมฝีปากพี่เอที่เม้มซอกคอฉันเบา ๆ

เมื่อเช้าพี่ต้องรีบเข้าไปเคลียร์งาน...ขอโทษที่น้องบีไม่ได้ตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดพี่อย่างที่เจ้าสาวทุกคนควรจะเป็น ฉันอยากขอบคุณเค้าด้วยซ้ำ ฮือ...ฉันจะออกจากอ้อมกอดของเค้าในตอนนี้ยังไงดีเนี่ย

พี่เอคะ...เอ่อ...คุณพ่อคุณแม่รอทานข้าวนะคะ บีว่าเราควรจะรีบลงไป เอาวะ...พ่อแม่เค้านี่ล่ะ ข้ออ้างที่ดีที่สุด

แล้วพี่เอก็เงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอของฉันจนได้ เย่...ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่สามีที่เคารพ

กลัวพี่มากหรอ... แววตาเค้าแฝงไว้ด้วยประกายตาล้อเลียนนิด ๆ ด้วยล่ะ

ป..เปล่านี่คะ ไม่เห็นต้องกลัวเลย ปากดีจริง ๆ ฉัน

งั้นหรอ...หึหึ นั่นๆๆ พี่เอทำท่าจะก้มลงมาหาฉันอีกแล้ววววว

เอ่อ...พี่เอขา บีหิวจังค่ะ ...ลงไปทานข้าวกันเถอะนะคะ เกิดมาไม่เคยต้องอ้อนใครขนาดนี้เลย ให้ตายสิ!!

แล้วในนาทีนั้น...ฉันก็ได้เห็นรอยยิ้มของพี่เอเป็นครั้งแรก โอ้ว...จากที่เขาหล่ออยู่แล้ว รอยยิ้มของเค้าเพิ่มความหล่อให้กับเค้าอีกเป็นกองเลย...ทำไมเค้าไม่ชอบยิ้มบ่อย ๆ น้า

ถ้าอยากลงไปทานข้าว...ก็อย่ามองพี่แบบนั้น

คะ!? ฉันไปมองพี่เออีท่าไหนเข้าล่ะเนี่ย

พี่เอถอนใจยาว...แล้วค่อย ๆ ปล่อยอ้อมแขนของเขาออกจากตัวฉัน...ฉันรู้สึกหนาวขึ้นมาซะงั้นล่ะพอพี่เอถอยห่างออกไป อาจเป็นเพราะแอร์ในห้องมันเพิ่งให้ความเย็นก็ได้น่า

ไปทานข้าวกัน... แล้วพี่เอก็จูงมือฉันออกจาห้องไปคล้ายตัดใจอะไรซักอย่าง ...ใครก็ได้ตอบฉันทีเถอะค่ะ คืนนี้ฉันจะรอดมือพี่เอมั้ยอ่ะ ไอ้เมื่อคืนน่ะ...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรไปถึงไหนแล้ว ก็พี่เอไม่ยอมพูดถึงเลย แต่ยังดีที่ถึงแม้จะมีอะไรเกิดขึ้นฉันก็ไม่มีสติรับรู้ แต่คืนนี้...อะไรก็ได้ ช่วยดลบันดาลให้ฉันเป็นลมอีกรอบเถอะ สาธุ!!

กับข้าวเย็นมื้อแรกของการเป็นสมาชิกบ้านปัญจะ น่ากินไปซะทุกอย่างเลย...พี่ไหมโชว์ฝีมือได้อย่างดีเยี่ยมจนฉันต้องขอข้าวเพิ่มเลยเชียวล่ะ คุณพ่อคุณแม่ของพี่เอน่ารักที่สุดเลย พี่เอก็ชวนฉันคุยบ้าง โต้ตอบกับพ่อแม่ของเค้าบ้าง ส่วนใหญ่พี่เอจะเป็นฝ่ายฟังเสียมากกว่า เป็นโชคดีของฉันที่ได้เป็นสะใภ้บ้านที่แสนอบอุ่นอย่างนี้สินะ

แต่ว่า...

ขอประทานโทษค่ะ...มีโทรศัพท์ถึงคุณเอค่ะ เด็กรับใช้คนนึงค่อย ๆ ย่องมาบอก

อะไรกันอ้อย...คุณ ๆ รับประทานข้าวกันอยู่ไม่เห็นหรอ พี่ไหมเอ็ดเด็กที่ชื่ออ้อยคนนั้นเสียงเขียว

ไม่เป็นไรครับพี่ไหม...คงเป็นเรื่องด่วน ขอบใจมากนะอ้อย เดี๋ยวเอขอตัวซักครู่นะครับพ่อ แม่ ...เดี๋ยวพี่มานะ ดีจัง...เค้าเห็นความสำคัญของฉันด้วย

ฉันทานข้าวไป คุยเรื่องสัพเพเหระกับประมุขของบ้านทั้งสองไป จนกระทั่งพี่เอกลับเข้ามาในห้องรับประทานอาหารอีกครั้ง...สีหน้าเค้าดูเครียดทีเดียว

มีเรื่องด่วนนิดหน่อยนะครับ...เอคงต้องออกไปข้างนอกซักหน่อย

อะไรกันลูก...วันนี้ก็ออกไปทั้งวันแล้ว อย่าไปเลยนะเอ...เห็นแก่หนูบีเถอะนะลูกนะ คุณป้าอรุณศรีพูดอย่างไม่พอใจ

นั่นสิ...แกมีเมียแล้วนะเอ เพิ่งมีด้วย อยู่ดูแลเค้าเถอะ คุณพ่อกริชเสริมอีกแรง ด้วยคำพูดที่ฉันต้องก้มหน้าอีกแล้ว หนูรู้แล้วค่ะว่าหนูเป็น เอ่อ...เป็นเมียพี่เอ ไม่ต้องย้ำกันนักก็ด้ายยย

ฉันรู้สึกว่าพี่เอกำลังเดินมาหาฉัน ไออุ่นจากตัวเค้าที่ซักวันฉันคงจะคุ้นเคยโอบล้อมอยู่ใกล้ ๆ ...พี่เอดึงมือฉันมากุมไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมาก ๆ

เดี๋ยวพี่มานะ พี่มีเรื่องด่วนจริง ๆ ...ทานข้าว อาบน้ำ แล้วถ้าง่วงก็นอนได้เลยนะ...พี่กลับมาแล้วพี่จะ ปลุก น้องบีเอง

เง๊ยยย...พี่เอพูดอะไรเนี่ยยย เน้นคำว่า ปลุก ด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวชะมัดเลย ฉันหันไปมองทางพ่อแม่ของเค้า พวกท่านยิ้มอย่างชอบใจใหญ่เลย พี่เอบ้า!!

ตามสบายเถอะค่ะ... แล้วฉันจะ ขัด การออกไปข้างนอกของเค้าให้โง่หรอ ขอให้เค้ากลับสว่างนู่นเลยยิ่งดี...ชิ

แล้วพี่เอก็ออกจากบ้านไป...เฮ้ออออออออ

ตอนที่ 1 |2|3|4|5
ตอนที่ 3
ฉันว่าพรุ่งนี้ฉันต้องอกไปหาซื้อรีโมททีวีอันใหม่แน่ ๆ เลยค่ะ...ก็ฉันกดเปลี่ยนช่องวนไปวนมาเป็นรอบที่ล้านแล้วมั้ง ...ฉันรู้ตัวเลยค่ะว่าตอนนี้ฉันกำลังเซ็งมาก ถึงมากที่สุด...โดยยังสรุปหาสาเหตุให้ตัวเองไม่ได้ แต่...เอ่อ...จริง ๆ แล้วมันก็มีอยู่เรื่องเดียวล่ะค่ะ บ้าชะมัด! นี่ฉันกำลังจะยอมรับว่า...ฉันกำลังรอพี่เออยู่!!

สี่ทุ่มแล้วค่ะ...นี่มันสี่ทุ่มแล้ว พี่เอออกจากบ้านไปตั้งแต่หัวค่ำ ป่านนี้ยังไม่กลับเลย...นี่ฉันก็กินอิ่มแล้ว อาบน้ำแล้วด้วย เหลืออย่างเดียวคือยังไม่ได้นอน เพราะพี่เอจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาปลุก...เฮ่ย...ไม่ใช่ๆๆๆ ฉัน...เอ่อ...ฉันยังไม่ง่วงต่างหากเล่า แหะๆๆ

ฟิ้ววววววววววววววว...ตู้มมม...

จึ๋ยส์...ไม่ต้องตกใจไปค่ะ นั่นเป็นเสียงโทรศัพท์ของฉันเองค่ะ ไอ้เปี๊ยก...เพื่อนตัวแสบของฉันมันเป็นคนตั้งไว้ให้ แล้วมันนั่นล่ะค่ะพี่โทร.เข้ามา

เออ...ว่าไงแก ฉันรับด้วยเสียงไม่รับแขกเอาซะเลย

นอนยังวะ... มันถามในสิ่งที่ไม่ควรจะถาม...ถ้านอนแล้วฉันจะรับโทรศัพท์ได้ไงล่ะเฟ้ย!!

แต่เปี๊ยกโทร.มาก็ดีเหมือนกัน...บางทีฉันอาจไม่ต้องฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้

ฉันไม่ได้ละเมออยู่หรอกน่า...แกก็รู้ว่าฉันนอนหัวค่ำเป็นซะที่ไหน ก็ปกติเวลาไปสุมหัวนอนบ้านเพื่อนกัน...จะนอนหลับกันหมดก็นู่นค่ะ...เกือบสว่าง แก๊งฉันไม่มีเด็กอนามัยนอนหัวค่ำกันหรอก

ก็นั่นมันตอนแกโสด...ฉันก็นึกว่าสามีแกเค้าจะชวนแกนอนหัวค่ำอ่ะเด่ะ

ไอ้เปี๊ยก!!...ถ้าจะโทร.มากวนอวัยวะเบื้องล่างฉันอ่ะนะ แกวางไปเลยป่ะ เจอกันคราวหน้า...มันต้องโดนนน

โถ่ๆๆ...ไอ้คุณเพื่อนที่เคารพ แกสะดวกคุยหรือเปล่าอ่ะตอนนี้ เสียงมันเริ่มเป็นงานเป็นการค่ะ

มีไรอ่ะ คุยมาเหอะ จะให้ฉันบอกมันว่า สะดวกมากๆๆๆ เพราะสามียังไม่กลับบ้าน...ชิ ไม่เอาหรอกค่ะ มันคงแซวฉันจนตายกันไปข้าง

รูปแกขายได้อีกแล้วนะ...พรุ่งนี้เข้ามาที่ร้านฉันหน่อยได้ป่ะ

ฉันลืมบอกไปค่ะ...ว่าเปี๊ยกมันเปิดร้านขายรูปขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่นักอยู่แถว ๆ เยาวราช รวบรวมผลงานฝีมือเพื่อน ๆ กันเองนี่ล่ะค่ะเอามาวางขาย แบ่ง ๆ รายได้กันไป แล้วร้านมันก็เหมือนเป็นที่รวมตัวเพื่อน ๆ ด้วย

จริงดิ่!! ฉันตาโตขึ้นมาเลยค่ะ...ตื่นเต้นทุกครั้งที่รู้ว่ารูปฝีมือตัวเองก็ขายได้เหมือนกัน

เออ...แล้วก็ไม่ใช่แค่ห้ารูปที่แกเอามาวางไว้น่ะเว่ย ลูกค้าเค้าบอกว่าเค้าสนใจฝีมือแก เค้าเป็นเจ้าของโรงแรมห้าดาวเชียวน้า...เค้าบอกว่าอยากให้แกวาดรูปส่งมาอีก เค้าจะเอาไปติดทุกห้องของโรงแรมเลย...แล้วเค้าอยากเจอแกด้วย พรุ่งนี้มาได้ป่ะ

ได้ๆๆ...ได้เลยแก เดี๋ยวฉันไปรับแกที่บ้านแต่เช้าเลยก็ได้ แล้วไปร้านพร้อมกัน...ฉันไปช่วยแกเปิดร้านด้วย หน้าฉันคงบานมาก ๆ เลยค่ะตอนนี้

โอเค...ดีเหมือนกันฉันขี้เกียจขับรถด้วย เฮ่ย...มารับแล้วก็ต้องมาส่งด้วยนะเว่ย เอาใหญ่...พอเปิดช่องให้ ไอ้เพื่อนตัวดีมันใช้ฉันใหญ่เลย

เออน่า...เดี๋ยวฉันโทร.บอกไอ้มดด้วยดีกว่า มากันเยอะ ๆ จะได้ไปกินข้าวกัน...แล้วเดี๋ยวเย็น ๆ ฉันตระเวนส่งทุกบ้านเลย แค่คิดฉันก็สนุกแล้วค่ะ...ไม่ได้รวมตัวกับเพื่อน ๆ มานานละ ถ้าไม่นับวันงานแต่งงานของฉันอ่ะนะ

เจ๋ง...ตกลงตามนี้นะ แปดโมงเช้ามารับฉันที่บ้าน อย่าเลทนะเว่ย...ลูกค้าจะเข้ามาที่ร้านตอนสิบโมง นี่ฉันกำลังจะกลายเป็นลูกน้องไอ้เปี๊ยกไปแล้วนะเนี่ย...สั่งจริง ๆ

อือๆๆ...รู้แล้ว เจอกันนะ ...บาย ฉันต้องรีบวางสายก่อนที่มันจะสั่งฉันไปมากกว่านี้

ความจริงแล้ว...ฉันก็ไม่อยากวางโทรศัพท์เท่าไหร่เลยค่ะ เพราะฉันต้องมานั่งหง่าวอยู่คนเดียวอีกแล้ว เบื่อตัวเองชะมัด...ทำไมต้องมานั่งรออีตาสามีไม่รู้จักเวล่ำเวลาคนนั้นด้วย

เดี๋ยวพี่มานะ เชอะ...เดี๋ยวบ้าอะไรล่ะ!! เอ๋...นี่ฉันกำลังจะกลายเป็น ยัยเมียแก่จอมคิดมาก เหมือนในนิยายหรือเปล่าหว่า ไม่ๆๆๆๆ...ไม่มีทาง...ฉันไม่ได้รอ ไม่ได้คิดมากอะไรซักกะติ๊ด

ดีซะอีก...กลับเอาเช้านู่นเลยยิ่งดี เดี๋ยวฉันก็ต้องตื่นไปรับเพื่อน ๆ แล้ว ว่าแล้วก็โทร.บอกยัยมดก่อนดีกว่า

.................................

ฟิ้ววววววววววววววววววว...ตู้มมมม...

ง่ะ...เสียงไรหว่า คุ้น ๆ ...

อืม... ฉันขยับตัวอย่างเมื่อยสุด ๆ เลย...นี่ฉันอยู่ตรงไหนกันล่ะเนี่ย

ฟิ้ววววววววววววววววววว...ตู้มมมมม...

เอาอีกแล้วค่ะ...มันดังอีกแล้ว อ้อ...โทรศัพท์ฉันเองล่ะ ฮ้าววววววว...ทำไมมันง่วงอย่างนี้

เฮ่ย...นี่เช้าแล้วหรอเนี่ย... ฉันลนลานตื่นเลยค่ะคราวนี้...แล้วก็พบว่าตัวเองนอนขดอยู่บนโซฟาภานในห้องนอนนี่ล่ะ

โทรศัพท์มันยังส่งเสียงไม่หยุด...ฉันหันซ้ายหันขวามองหาก่อนจะเจอกันตกอยู่ที่พื้นไม่ใกล้ไม่ไกล ยัยมดโทร.มานั่นเอง

อือ...ฉันตื่นแล้วววว ฉันรู้ค่ะ...ว่ามันต้องโทร.มาปลุกฉันแน่ ๆ

ดีนะที่เปี๊ยกมันเตือนให้ฉันโทร.มาปลุกแก...เจ็ดโมงแล้ว ลุกไปอาบน้ำเลยนะไอ้บี...เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงไอ้เปี๊ยกมันจะโทร.มาจิกแกเอง ถ้าเปรียบไอ้เปี๊ยกเป็นพ่อคนที่สอง...ยัยมดมันก็คงจะเหมือนแม่คนที่สองของฉันแน่ ๆ

อืมๆๆ...เจอกันๆๆ แค่นี้นะ ฉันกดวางสายพร้อมอ้าปากหาวสุดชีวิตอีกรอบ...นี่เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

แต่สิ่งที่ฉันว่าฉันรู้แน่ ๆ ก็คือ...พี่เอยังไม่กลับ!!

หึหึ...เอาเถอะค่ะ ยังไงเราก็เพิ่งเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ ฉันอาจต้องเตรียมตัวเฝ้าบ้านคนเดียวให้ชินเอาไว้ คิดแล้วก็ดีเหมือนกัน...ฉันจะได้ปลอดภัย!!

........................................

แกแน่ใจนะว่าสามีแกจะไม่มาฉีกอกพวกฉันที่เอาตัวมาหมกอยู่ทั้งวันน่ะ... ไอ้มดมันเริ่มบ่นทันทีที่มันขึ้นมานั่งบนรถเลยทีเดียว

ฉันมีสามีนะเว่ย...ไม่ได้มีบุพการีเพิ่ม เค้าจะได้ต้องมาบ่น ฉันบอกคุณพ่อคุณแม่ของเค้าเรียบร้อยแล้ว...ค่ำ ๆ นี้ฉันว่าจะแวะไปบ้านด้วย อยากกินข้าวกะพ่อแม่ ฉันไม่ได้กำลังประชดใครนะคะ...แต่ฉันแค่อยากกลับดึก ๆ บ้าง เพื่อความเสมอภาค...ถ้าพ่อแม่ชวนนอนที่บ้าน ฉันไม่ปฏิเสธแน่นอน!!

วันนั้นพ่อฉันบอกว่าเจอพ่อแกที่สนามกอล์ฟอ่ะ...ยังอวดลูกเขยให้ฟังไม่ขาดปากเลยว่ะ สงสัยคุณลุงอัฐพ่อแกคงหลงพี่เอมากเลยนะเนี่ย เมื่อไหร่ยัยมดมันจะเลิกพูดถึงอีตาคนนั้นซักทีนะ

ถ้าพ่อแกนั่งฟังพ่อฉันพูดได้ทน ๆ หน่อย...เดี๋ยวก็ได้เล่นกอล์ฟฟรีตลอดชีพหรอก ฉันแอบแดกดันพ่อตัวเองค่ะ

อ้อ...ฉันยังไม่ได้บอกใช่มั้ยคะว่าพ่อของฉันกับพ่อของพี่เอน่ะร่วมหุ้นกันเปิดสนามกอล์ฟที่แทบจะใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จริง ๆ แล้วมันเป็นกิจการที่สืบทอดมาตั้งแต่คุณปู่ของพี่เอแล้วค่ะ...แต่พอพ่อฉันกับพ่อเค้ามาเป็นเพื่อนกัน แล้วก็ชอบกอล์ฟเหมือนกันอีกต่างหาก พ่อฉันเลยขอร่วมลงทุนด้วย...มันก็เลยใหญ่โตซะ

ฟิ้วววววววววววววว...ตู้มมม... โทรศัพท์ฉันมันดังอีกแล้วววว

เฮ่ย...นี่แกยังใช้เสียงเรียกเข้าเดิมที่ฉันตั้งไว้อีกหรอ ไอ้เปี๊ยกมันยังมีหน้ามาถาม ...ก็ถ้าเปลี่ยนแล้วมันจะเป็นเสียงนี้มั้ยเล่า

พระเจ้าช่วย...หน้าจอมือถือฉันมันแสดงชื่อพี่เอค่ะ...เค้าโทร.เข้ามา!!

ฟิ้ววววววววววววววววว...ตู้มมมมม...

รับสิไอ้บี...มันหนวกหู นี่ไอ้เปี๊ยกมันมีสิทธิ์บ่นด้วยหรอเนี่ย

เออๆๆ...สวัสดีค่ะ แล้วฉันก็กดรับสายจนได้

น้องบีอยู่ไหน? ไม่มีการทักทายเลย...เค้ายิงคำถามแรกมาทันที เสียงเค้าดูจะอารมณ์ไม่ค่อยดีด้วย

บีอยู่กับเพื่อนค่ะพี่เอ... จริง ๆ แล้วฉันไม่ต้องตอบก็ได้นะเนี่ย

ฉันโกหกตัวเองไม่ได้ว่าฉันกำลังโกรธ...โกรธที่เมื่อคืนเค้าไม่ยอมกลับบ้านทั้ง ๆ ที่เพิ่งแต่งงานกันได้แค่ข้ามวัน ฉันไม่ได้อยากจะให้เค้ากลับมา...เอ่อ...มาทำอะไรฉันหรอกนะคะ แต่อย่างน้อยเค้าก็ไม่น่าจะทิ้งฉันอยู่คนเดียวภายในบ้านของเค้าทั้งคืนโดยที่เค้าไม่โทร.มาบอกฉันซักคำ

ที่ไหนล่ะ...เดี๋ยวพี่ไปหา เสียงเค้าดีกว่าเมื่อกี้นิดนึง

ฉันเหลือบมองไปยังไอ้เพื่อนตัวแสบทั้งสองตัว...เอ๊ย...ทั้งสองคน มันมองมาที่ฉันตาแป๋วเลยล่ะตอนนี้...อยากรู้อยากเห็นไม่เลิก มันอึดอัดนะเฟ้ย...เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย!!

เอ่อ...บีคงกลับมืด ๆ น่ะค่ะ ว่าจะไปหาพ่อกับแม่ด้วย...พี่เอไม่ต้องมาหรอกค่ะ ถ้าขืนให้เค้ามา...เค้าคงโดนเพื่อนฉันรุมทึ้งตายชักเลย

พี่จะไปหา...น้องบีอยู่ที่ไหน แล้วเค้าก็กลับมาทำเสียงดุ ๆ อีกแล้ว

นี่เค้ามีสิทธิ์อะไรมาถามเซ้าซี้ฉันอย่างนี้นะ...ทีเค้าจะไปไหนฉันไม่เห็นจู้จี้กับเค้าเลย ฉันต้องเป็นฝ่ายอารมณ์เสียใส่เค้าด้วยซ้ำที่เมื่อคืนเค้าไม่กลับบ้าน ตาบ้า!!

บีอยู่กับเพื่อน...และยังไม่อยากเจอพี่เอตอนนี้ คงเข้าใจบีนะคะ เอิ๊กกกก...นี่ฉันพูดอะไรออกไป

ฉันกดตัดสายแล้วปิดเครื่องมันซะเลยค่ะ...หูยย ใจฉันเต้นแรงสุด ๆ ไปเลยตอนนี้

แกทะเลาะกันหรอ เมื่อไหร่พวกมันจะเลิกถามอะไร ๆ ฉันซักทีนะ

เปล่าาา... ฉันลากเสียงตอบอย่างรำคาญ ๆ นี่พวกแกเลิกถามซอกแซกได้ละ...เดี๋ยวแวะซื้อไรเข้าไปกินในร้านกันนะ หิวว่ะ...

เดี๋ยวซื้อแถวร้านก็ได้...เยอะแยะ ไม่ต้องแวะที่ไหนหรอก ไอ้เปี๊ยกมันค้าน

ไม่เอาอ่ะ...ฉันอยากกินข้าวเหนียวไก่ย่างตรงปั๊มน้ำมันตรงนั้นอ่ะ ฉันขี้เกียจออกจากร้านไปซื้ออะไรที่ไหนอีก...เปี๊ยก เดี๋ยวแกลงซื้อชาเขียวให้หน่อยนะ มด...ขนมใน shop ในปั๊มน่ะซื้อมาเยอะ ๆ เลย โอเคนะ ขอฉันเป็นคนสั่งพวกมันบ้างเถอะค่ะ...เฮ้อ

.......................................

ในขณะที่ฉันกำลังเมามันส์กับข้าวเหนียวไก่ย่างเจ้าอร่อย กับขนมของโปรดนานาชนิดอยู่ภายในร้านขายรูปของเปี๊ยก กระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนเข้ามาภายในร้าน

เนื่องจากเราหลบกินกันอยู่เกือบ ๆ จะหลังร้าน ไอ้เปี๊ยกเลยต้องเป็นผู้เสียสละลุกไปรับลูกค้า...มันบ่นน่าดูเลยค่ะ กลัวกินไม่ทันฉันกับยัยมด

ไอ้บีๆๆๆ จู่ ๆ มันก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมเรียกชื่อฉันรัวเลยทีเดียว

อะไรของแกวะ ฉันถาม...มันทำหน้าอย่างกะมีเรื่องด่วนอะไรนักหนา

คนที่เค้าจะซื้อรูปแกเค้ามาแล้ว...เร็ว ๆ แก ออกไปคุยกะเค้าหน่อย เรื่องที่มันเอามาบอก...เป็นเรื่องด่วนจริง ๆ ด้วยค่ะ

หรอๆๆ...โอเคๆๆ ฉันยกนิ้วขึ้นดูดทั้งสิบนิ้วเลยค่ะ...เพราะมันมีแต่คราบไก่ย่างเต็มไปหมด จริง ๆ อยากเข้าไปล้างมือ แต่กลัวจะช้า...ก็เลยขอซกมกซักนิด

ฉันเดินกึ่งวิ่งตามเปี๊ยกไปยังหน้าร้าน...มือก็ถู ๆ กางเกงยีนส์ของตัวเองไปด้วย คิดว่ามันน่าจะสะอาดที่สุดแล้วล่ะ

โอ้วววว...อะไรกันนี่ ตายๆๆๆ...ฉันเจอคนหล่ออีกแล้วค่ะ พระเจ้า...นอกจากสามีฉันแล้วยังมีคนหล่อลากดินอย่างนี้อีกหรอคะเนี่ยยย

ชายหนุ่มร่างสูง...ขอย้ำค่ะว่าสูงมาก แต่คิดว่าน่าจะเตี้ยกว่าพี่เอนิดนึง หน้าเค้าดูออกชัดเจนมากว่าเป็นลูกครึ่ง ดวงตาดีเทา ๆ ผิวขาว...ผมของเขาไม่ดำสนิทค่ะ ออกหยักศกนิด ๆ ด้วย เค้าใส่สูทรอย่างเท่ห์มาเลยล่ะ

สวัสดีครับ ดีจังที่เค้าพูดไทยได้...ถึงฉันจะชำนาญเรื่องภาษาอังกฤษ แต่ฉันก็ขี้เกียจสปีคกะเค้า...ที่สำคัญ ขี้เกียจเป็นล่ามให้ไอ้เปี๊ยกมันด้วย

สวัสดีค่ะ... ฉันยกมือไหว้เค้าอย่างสวยงามที่สุด...ใครก็ได้เตือนฉันที่ค่ะ ว่าฉันมีสามีแล้ววววววว

นี่ปรียาครับคุณพีท...เจ้าของรูปที่คุณสนใจ นี่ Mr.Peter J. Lendel ...แต่เค้าชอบให้เราเรียกเค้าว่าคุณพีทมากกว่า ขอบคุณเปี๊ยกเพื่อนสุดที่รักที่ไม่แนะนำว่า นี่นางปรียา ปัญจะ ครับ

สวัสดีอีกครั้งค่ะ...คุณพีท

รูปคุณสวยมาก...ฝีมือคุณไม่ธรรมดาเลย ผมอยากติดต่อขอซื้อรูปของคุณทั้งสี่รูปที่วางโชว์อยู่ในร้านครับ...และอยากได้อีกหลาย ๆ รูปไปโชว์ที่ห้องของโรงแรมผม คุณสะดวกหรือเปล่า สำเนียงภาษาไทยของเค้าชัดแจ๋วเลยค่ะ

ไม่มีปัญหาค่ะ...แต่ว่าถ้าคุณอยากได้เร็ว ๆ ฉันอาจวาดให้คุณไม่ทัน ฉันเป็นคนที่ต้องบิวท์อารมณ์ก่อนเขียนงานทุกชิ้น ไม่ทราบว่าคุณ...เอ่อ... จะให้ฉันมาขีด ๆ เขียน ๆ วาด ๆ ส่งเดชไป ฉันทำไม่ได้จริง ๆ ...ฉันก็เป็นศิลปินเหมือนกันนะ อิอิ

ตามสบายเลยครับ...ผมให้เวลาคุณเรื่อย ๆ เลยละกัน เอาเป็นว่าคุณเสร็จเท่าไหร่ก็ทยอยส่งมาที่ร้านคุณเปี๊ยกได้เลย แล้วผมจะให้แผนกตกแต่งของโรงแรมมารับไปเรื่อย ๆ ...จริง ๆ มันไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะมาหารูปไปตกแต่งหรอก แต่พอมาเห็นฝีมือคุณแล้ว...บอกตรง ๆ ว่าผมชอบมาก คำอธิบายยาว ๆ ของเค้าทำเอาฉันเกือบลอยเลยค่ะ ฝีมือฉันก็แค่ที่หนึ่งของคณะเท่านั้นเอง...ไม่เท่าไหร่หรอกค่า (ขออวดตัวเองบ้างน้า)

เป็นเกียรติของฉันค่ะ โรงแรมของคุณมีชื่อเสียงมาก...ฉันดีใจที่ฝีมือธรรมดา ๆ อย่างฉันได้มีโอกาสโชว์ในสถานที่ดี ๆ แบบนั้น คำพูดฉันน่าฟังมั้ยคะ...พ่อสอนให้ฉันถ่อมตัวค่ะ ไม่ให้เหลิงกับคำชมของใคร ๆ

เห็นคุณเปี๊ยกบอกว่าผลงานที่นี่เป็นของเพื่อน ๆ คุณทั้งนั้นเลย คราวนี้เค้าหันไปถามนายเปี๊ยกบ้างค่ะ

ครับ...ผมจบจิตรกรรมกันมาน่ะครับ ใครวาดรูปอะไรกันมาก็เอามาโชว์ ๆ กันที่นี่...ไม่ได้หวังจะขายอย่างเดียวหรอกครับ เอาไว้รวมตัวกันด้วย...ชื่อร้านนั่นก็ช่วย ๆ กันแต่ง เปี๊ยกมันอธิบายแบบนอบน้อมสุด ๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ก็ต้องแน่นอนล่ะ...ลูกค้าไฮโซซะขนาดน้านน

ชื่อร้านที่เปี๊ยกบอกว่าเราช่วย ๆ กันแต่งชื่อ รวมมิตร ค่ะ...ความหมายก็ตรงตัวอยู่แล้ว ก็ที่นี่เป็นแหล่งรวมเพื่อน ๆ แล้วก็รวมฝีมือเพื่อน ๆ ด้วย...เป็นไง...เก๋มั้ยล่ะ

ทุก ๆ ภาพสวยมาก ๆ ...ผมคงต้องหาโอกาสมาอุดหนุนบ่อย ๆ แน่ ๆ ครับ ภาพศิลป์ความหมายดี ๆ ที่นี่มีเยอะมาก...ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบสะสมภาพเขียน ดวงตาสีเทาของเค้ากวาดมองทั่วร้านอย่างชื่นชอบเอาจริง ๆ

ยินดีต้อนรับทุกเมื่อเลยครับ เปี๊ยกมันยิ้มจนหน้าบานเลยค่ะ...จะได้ลูกค้าประจำเป็นเศรษฐีทั้งที

ผมคงต้องกลับก่อน...ยินดีมาก ๆ ที่ได้รู้จักจิตรกรฝีมือดีอย่างพวกคุณ

คุณพีทยื่นมือให้เปี๊ยกจับตามธรรมเนียมที่เค้าคุ้นเคย...และแน่นอนค่ะ เค้าต้องยื่นมาให้ฉันด้วย

เราคงได้พบกันอีกนะครับ... เค้าพูดกับฉันค่ะ...ส่งยิ้มมาให้ด้วยอีกต่างหาก นี่ฉันละลายไปต่อหน้าต่อตาเค้าหรือยังเนี่ย...

ยังไม่ทันที่คุณพีทจะปล่อยมือฉัน...เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านก็ดังขึ้นพร้อมประตูร้านที่เปิดออก แล้วคนที่เดินเข้ามาก็ทำเอาฉันเกือบเป็นลมเลยค่ะ

พี่เอ...!!

ตอนที่ 1 |2|3|4|5
ตอนที่ 4
นี่เค้าตามมาถูกได้ไงเนี่ย...ฉันสาบานเลยว่าไม่เคยบอกเค้าเรื่องร้านนี้

พี่เอก้าวเข้ามาภายในร้านด้วยท่าทางที่นิ่งมาก ๆ ...เสื้อคอโปโลสีฟ้าอ่อน ๆ กับกางเกงยีนส์ขาดตรงใต้เข่านิด ๆ ดูเก๋ชะมัดที่ฉันเพิ่งเคยเห็นพี่เอใส่ อยากจะบอกว่าวันนี้สามีฉันดูดีสุด ๆ ไปเลย ...ถ้าไม่รวมหน้าบึ้ง ๆ ของเค้าตอนนี้อ่ะนะ!!

พี่เอเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อย ๆ ...เค้ามองหน้าฉันอย่างเดียวเลยล่ะ พอเห็นพี่เอมายืนใกล้ ๆ คุณพีทแบบนี้...ฉันก็เก่งเหมือนกันนะที่เดาว่าพี่เอสูงกว่าคุณพีท แล้วก็หล่อกว่าอีกต่างหาก...อิอิ

มันเหมือนทุก ๆ อย่างรอบตัวฉันมันกำลังหยุดนิ่งค่ะ...ไม่มีใครกล้าทำอะไรเลยเพียงเพราะแค่พี่เอเดินเข้ามา แต่เมื่อสายตาเค้าลดลงมองมาที่มือของฉัน...ฉันก็เป็นคนแรกที่ต้องเคลื่อนไหว เพราะมือฉันซุกอยู่ในอุ้งมือคุณพีทอยู่...ฉันเงยหน้าขึ้นยิ้มแห้ง ๆ ให้คุณพีทแล้วค่อย ๆ ดึงมือออกมา

สวัสดีครับคุณอธิป เปี๊ยกเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบลง

สวัสดีครับ... พี่เอหันไปยิ้มมุมปากให้นายเปี๊ยกนิดนึง...ขอย้ำค่ะว่านิดดดดด จริง ๆ

คนที่ทำตัวไม่ถูกที่สุดในตอนนี้คงเป็นคุณพีท...เค้าคงงงล่ะ ว่าอีตาคนหน้าดุ ๆ นี่เป็นใครหว่า

เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวเลยนะครับคุณปรียา แล้วจะคอยชื่นชมงานเขียนรูปของคุณที่โรงแรมผม

ค่ะ...ฉันจะเขียนสุดฝีมือเลย ฉันยิ้มหวานให้คุณพีทอีกแล้ว

อุ้ย!!...ฉันสะดั้งสุดตัวเลยค่ะ มัวแต่ยิ้มหวานเพลินจนไม่ทันสังเกตเลยว่าพี่เอเดินมายืนข้าง ๆ ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่สำคัญ ตอนนี้เค้ายกแขนล่ำ ๆ ของเค้าโอบฉันหน้าตาเฉยเลย!!

ฉันเงยหน้ามองพี่ขวับเลย...แล้วก็พบว่าพี่เอกำลังส่งยิ้มที่ค่อนข้างเสแสร้งไปให้คุณพีทอยู่

เอ่อ...คุณ... คุณพีทคงจะงงอยู่เหมือนกันค่ะ เค้าพยายามส่งยิ้มตอบกลับมาให้คนตัวสูงข้าง ๆ ฉัน

ผม อธิป ปัญจะ ...เป็นสามีของปรียาครับ

เง๊ยยย...ฉันเหลือกตามองพี่เอเลยค่ะคราวนี้ อุตส่าห์ปกปิดมาจนเกือบตลอดรอดฝั่งอยู่แล้วเชียวน้า พี่เอง่ะ...แต่ลึก ๆ แล้ว ฉัน...เอ่อ...ปลื้มจังค่ะกับคำว่า เป็นสามีของปรียา ...ฮิ้วววววว

ฉันว่าฉันตาไม่ฝาดนะ...ฉันเห็นคุณพีทหุบยิ้มลงแป๊บนึง ก่อนที่เค้าจะยิ้มออกมาใหม่พร้อมส่งมือมาให้พี่เอเป็นการทักทาย

ยินดีที่ได้รู้จักครับ...เรียกผมว่าพีทก็ได้ ภรรยาคุณฝีมือดีมาก คุณพีทพูดยิ้ม ๆ เมื่อพี่เอยื่นมือออกมาสัมผัสตอบ

ขอบคุณครับ...ยินดีที่ได้รู้จักคุณเช่นกัน ฉันมีความรู้สึกเหมือนเสือกับสิงห์กำลังทักทายกันยังไงไม่รู้ค่ะ...มันดูไม่ค่อยจริงใจกันซะเลยสิน่า

คุณพีทกลับออกไปแล้วพร้อมบรรยากาศภายในร้านที่ดูปลอกโปร่งขึ้น...ฉันว่าไอ้เปี๊ยกมันก็ต้องคิดเหมือนฉันค่ะ เพราะฉันแอบเห็นมันมองคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วถอนหายใจอยู่หลายครั้ง

นี่พวกแกทำไมออกกันมาเป็นชาติเลยวะ...ของกินหมดจะมาโทษกันไม่ได้นะเว่ย ยัยมดเอ๊ย...ลืมตามองโลกหน่อยเพื่อน

กึก!!...ท่าทางของยัยมดตอนนี้มีเพียงคำว่า กึก เท่านั้นค่ะที่จะบรรยายได้ถูกต้องที่สุด มันชะงักทันทีที่เห็นคนที่ยืนโอบฉันอยู่กลางร้าน...

ค...คุณอธิป...สวัสดีค่ะ เพื่อนฉันเรียกพี่เอกันเต็มยศทุกคน...เพราะท่าทางที่เป็นผู้ใหญ่สุด ๆ ของเค้าแล้วยังจะทำตัวเหมือนสร้างเกราะกำบังตัวเองจากคนภายนอกเอาไว้ตลอดเวลา...ทำให้ไม่มีใครกล้าเรียกเค้าว่า พี่เอ เหมือนฉัน

เหมือนพี่เอจะมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อเห็นยัยมด...ฉันสงสัยอยู่เหมือนกันค่ะว่าทำไม...และฉันก็ได้คำตอบในเวลาต่อมา

พี่คิดว่าน้องบีอยู่กับเพื่อนผู้ชายสองต่อสองซะอีก... นี่เค้าคิดว่าฉันจะพิศวาสไอ้เพื่อนซี้สุดขั้วอย่างไอ้เปี๊ยกเนี่ยนะ...เหอๆๆ

ถึงอยู่กันสองต่อสองกับเปี๊ยกจริง ๆ ...พี่เอคิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรอคะ ฉันย้อนถามด้วยอาการไม่พอใจนิด ๆ ...มันเหมือนเค้าดูถูกฉันยังไงไม่รู้สิ

พี่แค่คิดว่ามันไม่เหมาะ เค้าอธิบายเสียงเรียบ ๆ อย่างเคย

ผมกับบีเป็นเพื่อนกันมาจะสิบปีแล้วนะครับ...โปรดอย่าคิดอะไร ๆ ระหว่างผมกับบีไปในทางนั้นเลย เราเป็นเพื่อนกัน ท่าทางเปี๊ยกมันก็จะไม่ค่อยพอใจด้วย...ก็ฉันกับมันน่ะ...ต่อให้นอนห้องเดียวกัน กอดกันให้กลมดิกยังไง...ความรู้สึกมันก็ไม่เปลี่ยนไปจากคำว่า เพื่อนซี้ แน่นอน

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ยกโทษให้ผมด้วยเถอะ...ผมเพิ่งมีภรรยาได้ไม่นาน แล้วผมก็ยังไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรยังไงกับใครบ้าง ผมดีใจนะ...ที่ได้รู้จักกับเพื่อนของน้องบี เรียกผมว่า พี่เอ เหมือนน้องบีก็ได้ ถึงน้ำเสียงของพี่เอจะยังคงเรียบ ๆ เหมือนเดิม...แต่ฉันมั่นใจว่าพี่เอเอ่ยทุกคำออกมาอย่างจริงใจแน่ ๆ เค้ายิ้มมุมปากในแบบของเค้าส่งไปให้ทั้งเปี๊ยกและยัยมดอย่างเป็นมิตร

แล้วไอ้เปี๊ยกกับยัยมดก็ค่อย ๆ ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ...ฉันคิดว่าเค้าจะหยิ่งกับเพื่อน ๆ ของฉันซะอีก ที่ไหนได้...พี่เอมีความเป็นกันเองมากกว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยค่ะ

เค้าโปรดปราณการตีเทนนิสเหมือนนายเปี๊ยก...แถมยังเป็นแชมป์ว่ายน้ำเหมือนยัยมดอีกต่างหาก เค้าลืมไปหรือเปล่าว่าพ่อของเราสองคนเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟ...ทำไมไม่รู้จักโปรโมทให้บ้าง

แล้วนี่ลองไปเล่นกอล์ฟกันมาบ้างหรือยัง...G.Land อากาศดีนะ... G.Land คือซื่อสนามกอล์ฟของพ่อค่ะ...ในที่สุดเค้าก็ไม่ลืมที่จะโปรโมท

ไปบ่อย ๆ ค่ะพี่เอ...ก่อนจะเรียนจบเราไปรวมแก๊งกันที่นั่นแทบทุกอาทิตย์เลย นี่ถ้าพี่เอได้เจอพวกเราครบแก๊งคงปวดหัวตายเลยค่ะ...แสบ ๆ กันทั้งนั้น มีกันตั้งเกือบสิบคน ยัยมดตอบอย่างร่าเริงสุด ๆ

แต่ไม่ค่อยได้ออกรอบหรอกครับ...ส่วนใหญ่ไปกิน ๆ นั่ง ๆ นอน ๆ กันมากกว่า เปี๊ยกมันเสริม

ตอนนี้เรากลับมานั่งคุยกันที่มุมกินไก่กันที่เดิม...ไก่ย่างตัวโตตอนนี้มีเพียงฉันคนเดียวที่นั่งกิน ก็สามคนนั่นเค้าคุยถูกคอกันซะเหลือเกิน...ฉันเลยขี้เกียจจะร่วมวงด้วย ทำไม่รู้ไม่ชี้กินไก่ไปตามหน้าที่ดีกว่าเยอะ ...และที่สำคัญคือฉันยังไม่หายโกรธพี่เอเลย เค้ายังไม่ได้อธิบายให้ฉันฟังเลยว่าทำไมเมื่อคืนไม่กลับบ้าน...มันเป็นหน้าที่ของสามีที่ดีไม่ใช่หรือที่ต้องบอกกับภรรยา หึ!!

กรุ๊ง กริ๊ง... เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกแล้ว

เดี๋ยวฉันไปดูให้ ฉันวางไก่ในมือแล้วทำท่าจะลุกขึ้นจากเก้าอี้...

ไม่ต้องๆๆ...เดี๋ยวฉันจัดการเอง แล้วเปี๊ยกมันก็วิ่งแซงหน้าฉันออกไปเลย ฉันเลยต้องนั่งลงที่เดิม...ก็ข้าง ๆ พี่เอนั่นล่ะ

อร่อยมั้ย... จู่ ๆ พี่เอก็ก้มหน้าลงมาถาม เค้ายิ้มให้ฉันด้วย...แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะปลื้มหรอกค่ะ ชิ!!

ไอ้มดๆๆ...ออกมาช่วยแป๊บนึง...ลูกค้ามาอีกแล้ว ทำไมเปี๊ยกมันไม่เรียกฉันนะ...

ขอตัวก่อนนะคะพี่เอ... ยัยมดหันมาเอ่ยด้วยรอยยิ้มทะเล้น ๆ ในแบบของมัน แล้วก็วิ่งปรื๋อตามนายเปี๊ยกออกไป

เอาล่ะสิ...นี่พวกมันจงใจทิ้งฉันไว้ตามลำพังกับพี่เอหรือเปล่าเนี่ย เผ่นดีกว่า!!

จะไปไหน... พี่เอนี่ไวชะมัด...เค้าคว้าแขนฉันเอาไว้ก่อนที่ฉันจะวิ่งตามยัยมดไปอีกคน

ออกไปช่วยรับลูกค้าหน้าร้านค่ะ... ฉันก้มหน้าก้มตาตอบพลางบิดข้อมือให้หลุดออกจากมือพี่เอ...แต่เค้าจับฉันแน่นชะมัดเลย

โกรธพี่หรอ...พี่ขอโทษ เค้าทอดเสียงบอกกับฉันอย่างอ่อนโยนมาก ๆ เลย...ฉันหยุดบิดข้อมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองเค้า

พี่เอก้มหน้าลงมาใกล้ฉันมาก...มากจนฉันสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของเค้าที่ผะแผ่วอยู่ที่หน้าผากของฉัน

เมื่อคืนมันเป็นเรื่องด่วนจริง ๆ ...มันสำคัญมาก กว่าอะไร ๆ จะเรียบร้อยก็เกือบสว่าง พี่ก็เลยนอนที่...เอ่อ...บ้านเพื่อน ไม่โกรธพี่นะ...รอพี่ดึกหรือเปล่า

ไม่ได้รอซักหน่อย...บีหลับสนิทตั้งแต่สามทุ่มแน่ะ ฉันหันหน้าหนีแล้วโกหกคำโตออกไป...เรื่องอะไรจะบอกว่ารอจนเกือบสว่างแล้วฟุบหลังอยู่ที่โซฟาอย่างนั้นล่ะ...เสียฟอร์มตายชัก

งั้นหรอ...แต่พี่ไหมบอกพี่ว่า เตียงนอนเรียบกริบเลย...มีแค่หมอนบนเตียงใบเตียวที่ระเห็จไปอยู่ที่โซฟาหน้าทีวี พี่เอบ้า...อย่ามายิ้มล้อเลียนกันแบบนี้น้า

ก็...เอ่อ...ก็บีนอนดูทีวีอยู่ตรงนั้นนี่คะ แล้วก็เผลอหลับไป เหตุผลนี้น่าจะพอฟังขึ้น แต่...

อืม...แล้วทำไมพี่ไหมออกตรวจบ้านตอนเกือบเที่ยงคืน ยังเห็นน้องบีอยู่ในครัวอยู่เลย พี่ไหมเห็นฉัน!! แล้วทำไมพี่ไหมไม่บอกฉันเนี่ย ก็คนมันรอจนหิวนี่...ลงมาหาอะไรกินบ้างไม่ได้หรือไง

ก็บีดูทีวีจนดึกก็เลยหิว...ลงมาหาอะไรทานมันผิดตรงไหนคะ

ไหนบอกนอนสามทุ่ม...

เอิ๊ก...เมื่อไหร่ฉันโกหกได้แนบเนียนอย่างชาวบ้านเค้าซักทีน้า

ก็...เอ่อ...คือ...บีตื่นมาดูทีวีตอนดึก ๆ อีกไม่ได้หรือไง พี่เออ่ะ! ฉันต้องแกล้งทำเสียงดังกลบเกลื่อนพิรุธเข้าไว้

หึหึ...ฉันได้ยินเสียงพี่เอหัวเราะ แล้วก็ เอ๋อ...เค้าดึงฉันไปกอดค่า

พี่ขอโทษนะ...แบตโทรศัพท์พี่หมดเกลี้ยงเลย ไม่มีเวลาออกมาโทรศัพท์สาธารณะด้วย ไม่อยากปล่อยให้น้องบีนอนรอพี่ทั้งคืนแบบนั้นเลย...เอาไว้คืนนี้พี่ขอแก้ตัวแล้วกันนะ

คะ!! ฉันตัวแข็งหน้าแดงขึ้นมาทันที...เงยหน้าพร้อมอุทานลั่นเลย ...คืนนี้ งั้นหรอ ไม่น้า...

เดี๋ยวเราไปดินเนอร์กันข้างนอกนะ...พี่ขอเสียมารยาทไม่ชวนเพื่อนน้องบีแล้วกัน อยากไปกับน้องบีสองคน...ไปหาที่เต้นรำกันด้วย พี่เอยกมือขึ้นปัดปอยผมของฉันที่ร่วงมาระหน้าออกให้อย่างเบามือ...เค้ากำลังทำให้ฉันหลงรักเค้าแล้วนะ

คงเป็นเพราะฉันมองหน้าเค้าอยู่นานแบบไร้สติ...เลยไม่รู้ว่าพี่เอก้มหน้าลงมาหาฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้ตัวอีกที...หน้าผากฉันก็ถูกจูบเบา ๆ ซะแล้ว

ฉันกระพริบตาปริบ ๆ อย่างงง ๆ ...แล้วก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัวเมื่อริมฝีปากกระด้างนั่นกดลงมาที่ปลายจมูกเป็นมันหน่อย ๆ ของฉันอย่างหยอกล้อ นาทีต่อมา...พี่เอก็ทำให้ฉันลมหายใจสะดุด เมื่อริมฝีปากของเค้าที่ฉันเห็นลอยเด่นอยู่ใกล้ ๆ นั่นนาบลงมาที่เรียวปากที่กำลังเผยอค้างของฉันอย่างถนัดถนี่ นี่ฉันกำลังจะเป็นลมอีกหรือเปล่า!!

เท่านั้นเองค่ะ...พี่เอเพียงกดจูบของเค้าลงมาที่ริมฝีปากของฉันหนัก ๆ เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แล้วเค้าก็ผละออก...สายตาของเค้าที่มองมายังใบหน้าเหวอ ๆ ซีด ๆ ของฉันดูเป็นประกายน่ามอง เค้ายิ้มให้ฉันกว้างกว่าที่เคย...

ถ้าอยู่ที่บ้าน...ที่ห้องของเรา พี่คงไม่ทำแค่นี้แน่ ๆ คำพูดของเค้าทำเอาฉันรู้สึกตัวในบัดดล...นี่ถ้าไอ้เพื่อนสองตัวนั่นเข้ามาเห็นฉากวาบหวิวเมื่อกี้ ฉันจะป่นปี้ไปกับการแซวของพวกมันไปอีกกี่ชาติหนอ...

คนบ้า... ฉับงุบงิบว่าเค้าเบา ๆ แล้วพยายามขยับให้หลุดออกจากอ้อมกอดอบอุ่นของเค้า...แต่เค้าไม่ปล่อยง่ะ แง๊...

นี่พี่เอกำลังทำให้ฉันอยากบังคับเวลาไม่ให้เดินไปถึงตอนกลางคืนซะแล้วสิ...ฉันไม่รอดแน่เลย ฮือออออออออ...

ตอนที่ 1 |2|3|4|5
ตอนที่ 5
แกแน่ใจนะว่าแกขับได้ไอ้มด... ฉันถามคำถามนี้มาเป็นรอบที่ร้อยแล้วค่ะ

ก็ใครจะไปไว้ใจไอ้เพื่อนตัวดีที่เพิ่งได้ใบขับขี่มาหมาด ๆ อย่างยัยมดได้ล่ะ...รถของฉันคันนี้น่ะ พ่อฉันซื้อให้เป็นของขวัญวันรับปริญญาเชียวนะ

เออน่า...พอส่งไอ้เปี๊ยกถึงบ้านปุ๊บ ฉันก็ขับกลับบ้านปั๊บ แล้วก็จะให้ลุงไมเคิลขับไปเก็บให้แกที่บ้านปัญจะปึ๊บเลยจ่ะเพื่อนจ๋า...รับรองว่าไอ้ลูกรักของแกจะไม่มีรอยขีดข่วนใด ๆ ทั้งสิ้น มดมันให้คำรับรองที่น่าเชื่อถือ...แต่ให้ตายสิ ยังไงฉันก็ยังไม่วางใจอยู่ดีอ่ะ

ลุงไมเคิลที่มันพูดถึง จริง ๆ แล้วแกชื่อ ลุงไม้ ...แต่แก๊งฉันก็เปลี่ยนให้แกใหม่ฟังดูอินเตอร์สุด ๆ ...แล้วแกก็ชอบด้วยค่ะ แกเป็นคนขับรถประจำบ้านยัยมดมัน...ฉันน่ะ ไว้ใจแกอยู่แล้ว แต่ไอ้ช่วงที่ยัยมดมันขับกลับบ้านมันนี่ล่ะค่ะที่ฉันกลัว

อย่าเหยียบเกิน 80 นะเว่ย...ถึงบ้านไอ้เปี๊ยกแล้วโทร.มาบอกด้วย ถึงบ้านแกก็ต้องโทร.มาบอกนะ ฉันจะขอพูดกับลุงไมเคิลด้วย...แล้วอีกอย่าง.........

น้องบี...พี่ว่าเราไว้ใจมดเถอะ ระยะทางก็ไม่ไกลอะไรมาก พี่เอพูดขัดฉันขึ้นมา...เค้าคงเริ่มรำคาญ ยัยห้าวขี้บ่น อย่างฉันขึ้นมาแล้วล่ะ

ฉันกับพี่เอกำลังจะออกจากร้าน รวมมิตร เพื่อไปดินเนอร์ด้วยกันตามแผนที่พี่เอบอกฉันไว้...แต่ก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าวันนี้ฉันขับรถมาเอง แต่พี่เอก็บังคับให้ฉันต้องขึ้นรถไปคันเดียวกับเค้า ฉันก็เลยต้องให้ยัยมดมันขับรถของฉันไปที่บ้านมันเพื่อให้ลุงไมเคิลขับมาส่งให้ฉันที่บ้านปัญจะอีกทีนึง

จนพี่เอต้องจูงมือ...เอ่อ...จริง ๆ แล้วน่าจะเรียกว่า ลาก ฉันออกจากร้าน...ฉันถึงหุบปากลงได้ ทั้ง ๆ ที่ก็ยังไม่หายห่วงซะทีเดียว

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้นั่งรถโดยทีพี่เอเป็นคนขับ...รถพี่เอสวยค่ะ ป้ายแดงของเค้ายังไม่เปลี่ยนเป็นสีขาวเลย ฉันชินกับรถหรูเริ่ดแบบนี้ก็จริงอยู่ เพราะรถที่บ้านฉันก็ไม่ใช่ย่อย...แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกเกร็งจังเลยนะตอนนี้

ตอนแรกฉันก็ไม่กล้ามองไปรอบ ๆ ภายในรถของเค้าเท่าไหร่หรอกค่ะ...แต่พอพี่เอเริ่มเปิดเพลงเบา ๆ แล้วหันมายิ้มให้ฉันเป็นระยะ ๆ ...ก็ทำให้ฉันผ่อนคลายขึ้นมากจนกล้าที่จะเริ่มสำรวจภายในตัวรถของเค้า

แล้วฉันก็ไปสะดุดกับบางอย่างบนคอนโซลหน้ารถจนได้...มันคุ้นตาเหลือเกิน

จะทวงคืนหรอน้องบี... พี่เอหันมาพูดกับฉันคล้ายหยอกเย้า เมื่อฉันหยิบริบบิ้นผูกผมที่ถักจากไหมพรมทั้งเส้น...ลายดอกทานตะวันแบบนี้ฉันเคยเห็นที่ไหนน้า

ทวงคืน?...นี่ของบีหรอคะ

จำไม่ได้หรอ...ตอนที่เราเจอกันตอนเด็ก ๆ น้องบีเอาริบบิ้นผูกผมที่ติดอยู่กับผมน้องบีมามัดมือพี่ตอนเราเล่นไล่จับกัน...เพราะน้องบีกลัวพี่จะจับตัวน้องบีได้ หึหึ...เอาเปรียบกันชะมัดเลย พี่เอเล่าเรื่องเก่า ๆ ที่ฉันลืมมันไปหมดแล้วให้ฉันฟัง...ราวกับว่าเป็นสิ่งที่เค้าจดจำได้แม่นยำอย่างนั้นล่ะ

จริงหรอคะ!...โห บีจำไม่ได้เลยอ่ะค่ะ...ตอนนั้นเพิ่งสามสี่ขวบเองมั้ง บีทำอะไรแย่ ๆ อย่างนั้นด้วยหรอคะเนี่ย แล้วพี่เอก็ทำให้ฉันเขินกับเรื่องในอดีตอีกแล้ว...เค้าเก่งนักค่ะ เรื่องทำฉันเขินเนี่ย!!

อ้อ!! สิ่งที่ความทรงจำของฉันมันทบทวนได้ตอนนี้ก็คือ...ริบบิ้นเส้นนี้ แม่เป็นคนถักให้ฉันเอง อิอิ...ฉันก็จำอะไรได้เหมือนกันล่ะน่า

พูดแล้วก็คิดถึงแม่จังเลย...

พี่เอคะ... ฉันวางริบบิ้นนั่นเอาไว้ที่เดิม...ฉันรู้สึกดีจังค่ะที่เค้าเก็บอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ที่เกี่ยวกับฉันเองไว้ด้วย

หืม?...ว่าไงจ๊ะ น้องบีอยากทานอะไรดีเย็นนี้...พี่ไม่ค่อยรู้จักร้านไหนเท่าไหร่เลย แน่ล่ะค่ะ...ก็เค้าอยู่เมืองไทยได้ยังไม่ถึงอาทิตย์เลย...แค่เค้าขับรถไปร้านไอ้เปี๊ยกถูกโดยที่ไม่หลงทางน่ะ ก็ถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์สุด ๆ แล้ว

คือ...ดินเนอร์ของเรา เอาไว้วันหน้าได้มั้ยคะ... ฉันเห็นหน้าเค้าบึ้งลงทันทีที่ได้ยินฉันพูด

ทำไมล่ะ... เสียงของเค้ากลับมาห้วนอีกแล้วง่ะ

เอ่อ...คือบี...เอ่อ... ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงที่บ่งบอกอารมณ์ของเค้าแบบนี้...ทำเอาฉันพูดอะไรไม่ออกเลย

ไม่อยากทานข้าวกับพี่...ใช่มั้ย พี่เอมองถนนตลอดเลย...เค้าถามโดยไม่หันมามองฉันซักนิด

ป...เปล่านะคะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะพี่เอ...คือ...บีคิดถึงพ่อกับแม่อ่ะค่ะ วันนี้เราไปทานข้าวที่บ้านบีกันนะคะ...นะคะพี่เอ แล้ววันหน้าบีรับรองว่าจะพาพี่เอไปทานร้านอร่อยที่สุดเลย ฉันระล่ำระลักบอกเค้าเร็วปรื๋อเลย...นี่ฉันกำลังกลัวเค้าโกรธหรือนี่

แล้วฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัวเลย...เมื่อเห็นเค้ามีสีหน้าดีขึ้น แถมหันมายิ้มให้ฉันอีกต่างหาก คนอะไร...อารมณ์แปรปรวนชะมัดเลย

ไหนลองพูดว่า...วันนี้เราไปทานข้าวที่บ้านพ่อกับแม่ของบีนะคะ...ให้พี่ฟังใหม่ซิ บ้านน้องบีคือบ้านปัญจะ...รู้มั้ย...บ้านเรา คือบ้านปัญจะ นะจ๊ะ

บ้านเรา ...ฉันอึ้งไปกับคำนี้ของพี่เอจนน้ำตาคลอเลยค่ะ

มันอบอุ่นในหัวใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเลย...มันเหมือนฉันเป็นส่วนหนึ่งใน ปัญจะ อย่างแท้จริง เรา...ฉันกับพี่เอ นี่เราคือคน ๆ เดียวกันใช่มั้ย...ว้าว ฉันขนลุกจังเลย

ค่ะ...วันนี้เราไปทานข้าวที่บ้านพ่อกับแม่ของบีนะคะ ฉันพูดเหมือนที่เค้าบอกเป๊ะเลย

พี่เอหันมมายิ้มให้ฉันซะกว้างเชียวค่ะ...แล้วฉันก็รู้สึกถึงมือใหญ่อบอุ่นของเค้าที่เลื่อนมากุมมือของฉันเอาไว้ มันเป็นภาพที่ฉันเคยเห็นแต่ในนิยายที่พระเอกจับพวงมาลัยรถข้างนึง...แล้วจับมือนางเอกเอาไว้อีกขางนึง พร้อมกับหันมายิ้มให้กันอย่างหวานสุดชีวิต

ตอนนี้ฉากหวานนั่นกำลังเกิดขึ้นกับชีวิตฉัน...ฉันขอเป็นนางเอกที่มีพี่เอเป็นพระเอกซักหน่อยแล้วกันนะ ฮิ้ววว

พี่ตามใจน้องบีเรื่องข้าวเย็นก็ได้...แต่.......

ไอ้คำว่า แต่ ของเค้าพี่มันน่ากลัวชะมัดเลย

ออกจากบ้านพ่อแม่น้องบีแล้ว...เราไปหาที่เต้นรำกันก่อนกลับบ้านนะ แล้วมันก็น่ากลัวจริง ๆ ด้วยยย จึ๋ยส์...

คำตอบของฉันคืออาการเงียบ...แล้วส่งยิ้มแห้ง ๆ ไปให้เค้าเท่านั้น ถือเป็นการไม่ปฏิเสธด้วยประการทั้งปวงอย่างจนใจที่สุด

..........................

ฉันคิดผิดจริง ๆ ค่ะที่ชวนพี่เอมาทานข้าวที่บ้านฉัน...เอ๊ย...บ้านพ่อกับแม่ฉัน (ก็พี่เอให้เรียกอย่างงี้อ่ะ)

ก็จะอะไรซะอีกล่ะคะ...ทั้งพ่อทั้งแม่ผลัดกัน ทวงหลาน ตั้งแต่ฉันก้าวลงจากรถเลยทีเดียว...ฉันอายจนเกือบจะชินชาแล้ว แต่...มันก็ยังเขินอยู่ดีง๊าาาา

มีวี่แววบ้างหรือยังลูก... นี่เป็นหนึ่งในคำถามของคุณนายกันต์กมลแม่ของฉัน

แม่จ๋า...นี่ลูกสาวแม่เพิ่งเข้าหอได้วันสองวันเองนะแม่ แล้วที่สำคัญ เรา...เอ่อ...ทำอะไร ๆ เป็นการผลิตหลานให้แม่หรือยังก็ไม่รู้

ถ้าแม่รู้ว่าฉันเป็นลมในคืนวันเข้าหอ...ท่านคงลมจับด้วยอีกคน ง่ะ

ตาเอ...ขยัน ๆ หน่อยนะลูกนา มีหลานให้พ่อซักปีละสองคนไปเลยลูก หัวปีท้ายปีไปเลย!!

พ่ออออออ...ลูกพ่อไม่ใช่ปลากัดหรือแม่วัวพันธุ์ดีนะ!! จะได้มีลูกง่ายแล้วก็ ดก รวดเร็วอย่างนั้นน่ะ โฮ...พ่อแม่รังแกฉัน

มีหลานเร็ว ๆ นะพี่บี...ซีอยากเป็นน้าแล้วอ่ะ น้าซี...อึ๋ย น่ารัก ฉันคิดว่ายัยซีมันจะกลัวแก่ซะอีกที่ต้องเป็นน้า...ที่ไหนได้ มันกลับชอบอกชอบใจซะอย่างงั้น

คุณบีมีคุณหนูตัวน้อย ๆ เมื่อไหร่...ให้นกน้อยไปช่วยเลี้ยงได้มั้ยคะ ไม่เว้นแม้แต่ยัยนกน้อยก็เนี่ยยยยย...เอาเข้าไป ฉันถูก ทวงลูก ตั้งแต่พ่อแม่ไปจนถึงคนใช้เลย

ท่าทางคนที่ถูกใจที่สุดเห็นจะมีแต่พี่เอคนเดียวล่ะค่ะ...รายนั้นน่ะ ยิ้มตลอดงานเลย ตอบรับทุกคำ ทวง อย่างหน้าชื่นตาบานอีกต่างหาก

แล้วข้าวเย็นมื้อนี้ ทำเอาฉันจะสำลักข้าวเอาหลายหนอยู่...กินไปก็สะดุ้งไป ก็รอบ ๆ ตัวฉันจะมีแต่คนน่ากลัวทั้งน้านนนน ฮือออออ...นี่หนูอุตส่าห์คิดถึงพ่อกับแม่อย่างสุดหัวใจ ทำไมทำกับหนูด้ายยยย

แล้วมาหาพ่อกับแม่บ่อย ๆ นะลูกนะ... พ่อบอกเมื่อเดินมาส่งฉันกับพี่เอที่รถ

แค่พ่อสัญญาว่าจะไม่ทวงหลานกับหนูอีก...หนูมาหาพ่อทุกวันยังได้เลยค่า ฉันแค่คิดนะคะ...ไม่ได้พูดออกไปหรอก

แม่ฝากลูกบีด้วยนะเอ...ทน ๆ กับความซนของลูกสาวแม่หน่อยนะลูกนะ อืม...คำพูดแม่คงสร้างความประทับใจในตัวฉันให้พี่เอมากเลยนะเนี่ย แม่นะแม่!!

น้องบีน่ารักครับ...ผมไม่ได้ทนอะไรเลย แทนที่เค้าจะช่วยทำให้ฉันเขินน้อยลงไปกว่านี้...พี่เอกลับทำให้ฉันเขินจนไม่กล้าเงยหน้ามองใครแล้ว

ดูพ่อกับแม่ด้วยนะยัยซี...โตแล้วนะเรา ฉันออกนอกเรื่องไปเลยค่ะ...หันไปทำเสียงผู้ใหญ่ ๆ ใส่เจ้าบีมันเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน

ยัยซีกับฉันอายุห่างกันสามปี...ตอนนี้น้องสาวของฉันเพิ่งเรียนจบนิเทศฯจากมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่มีชื่อเสียงมาก ๆ ในเมืองไทยแห่งนึง ...ยัยนี่มันคล้าย ๆ ฉันค่ะ ฉันชอบวาดรูป แต่ยัยซีชอบถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ

รูปที่ยัยซีถ่ายส่วนใหญ่ ไม่โชว์อยู่ที่บ้านก็โชว์อยู่ร้านรวมมิตรนั่นล่ะค่ะ...ฝีมือน้องสาวฉันไม่ใช่เล่นนะคะ ขายได้หลายแล้ว (ถึงเวลาอวดน้องสาวตัวเองบ้างแล้ว)

ฉันบอกไปหรือยังคะว่าฉันจบปริญญาโทจากอังกฤษตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบสามเอง (แล้วก็กลับมาอวดตัวเองอีกรอบ) ...แต่ยัยซีมันไม่ยอมไปเรียนต่อเมืองนอกอย่างฉัน เห็นบอกว่าเรียนที่เมืองไทยก็พอแล้ว...ที่สำคัญคือเมืองไทยมีที่สวย ๆ ให้มันถ่ายรูปตั้งเยอะแยะ ไม่เห็นต้องออกนอกประเทศไปให้เสียเวลาแถมเสียเงินอีกต่างหาก ...ความคิดน้องสาวคนเดียวของฉันนี่ก็เข้าท่าดีนะ

ครอบครัวน้องบีอบอุ่นมาก ๆ นะ...นี่ถ้าพี่มีน้องสาวหรือน้องชายอีกซักคน บรรยากาศบ้านปัญจะก็คงคล้าย ๆ บ้านเทพศิริเหมือนกัน พูดไปแล้วพี่ก็รู้สึกผิดขึ้นมาเลย...ที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่พี่ซักเท่าไหร่ เรียนจบก็ตั้งบริษัทอยู่ที่สวิตซ์เลย ต่อไปนี้พี่คงต้องใช้เวลากับครอบครัวให้เยอะ ๆ แล้วล่ะ ครอบครัว ที่พี่เอพูดถึง...มันรวมฉันอยู่ในนั้นด้วยหรือเปล่านะ

พี่เอเป็นลูกผู้ชาย...คุณพ่อคุณแม่พี่เอคงเบาใจได้เยอะล่ะค่ะ พอดีที่บ้านบีมีแต่ลูกสาว...เลยต้องใกล้ชิดกันมากหน่อย

คงจะจริงนะ...เพราะถ้าเรามีลูกสาว พี่คงไม่ปล่อยให้ไกลหูไกลตานักหรอก แว๊กกกกกกก...นี่ออกจากบ้านพ่อแม่มาฉันยังมาเจอพี่เอพูดถึง ลูก อีกหรือนี่

หน้าฉันคงแดงแป๊ดจนไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดีแล้วล่ะค่ะตอนนี้...โฮ

เงียบเลย...น้องบี เค้าเอื้อมมือมาจับมือฉันไว้อีกแล้ว...อย่างงี้พี่เอก็รู้หมดน่ะสิ ว่าตอนนี้มือฉันมันเย็นมาก ๆ เลย

พี่เอบอกว่า...จะพาบีไปเต้นรำหรอคะ อะไรดลใจให้ฉันถามคำถามนี้ออกไป

จ่ะ...ไปนะ พี่โทร.บอกพ่อกับแม่แล้วว่าวันนี้เรากลับดึก ท่านไม่ห่วงหรอก

แต่บีเต้นรำไม่ค่อยเป็นนะคะ ในเมื่อเค้าปิดหนทางไม่ให้ฉันเอาความห่วงใยของพ่อกับแม่เค้ามาอ้าง...ฉันก็ต้องเอาข้ออ้างนี้ล่ะ

พี่สอนได้ ถึงว่าสิ...น้องบีคงตื่นเต้นมาก มือเย็นเฉียบเลย ฉันนึกว่าเค้าจะไม่พูดเรื่องมือเย็นของฉันแล้วนะเนี่ย

มือฉันเย็นเพราะเรื่อง...เอ่อ...เรื่องอื่นต่างหากย่ะอีตาพี่เอบ้า!! เรื่องเต้นรำน่ะหรอ...อ่ะโด่ จิ๊บ ๆ ค่า...

แต่ในเมื่อเค้าคิดว่าฉันอ่อนหัด...ด้ายยยยย อย่างนี้กรรมก็ต้องตกเป็นของเค้าแต่เพียงผู้เดียว ฮ่าๆๆ

อุ้ย...ขอโทษค่ะพี่เอ บีเหยียบเท้าพี่เออีกแล้ว ถึงเรื่องการโกหกชาวบ้านฉันจะไม่ค่อยได้เรื่อง...แต่เรื่องทำสีหน้าให้แนบเนียนเนี่ย ฉันเข้าขั้นมือโปรฯเลยล่ะ...เพราะฉะนั้นการตีหน้าเศร้าของฉัน พี่เอเชื่อสนิทใจเลย!!

ไม่เป็นไรหรอก... แต่นับสิบครั้งที่ฉัน (แกล้ง) เหยียบเท้าเค้า...นอกจากเค้าจะไม่โกรธแล้ว พี่เอยังยิ้มให้ฉันแบบไม่เสแสร้งอีกต่างหาก ชิ!!

แล้วฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ไอ้ผับไฮโซบนชั้นยี่สิบเก้าของโรงแรมหรูกลางกรุงอย่างที่นี่...ทำไมถึงได้เปิดแต่เพลงสโลว์ทั้งนั้นเลย นี่ฉันยืนให้พี่เอกอดกลางฟลอว์มาสามเพลงรวดแล้วน้า...งื้อออ

น้องบี... เค้ากระซิบเรียกฉันติดริมหู...ขอย้ำว่าติดริมหูจริง ๆ ค่ะ อย่ามาเรียกด้วยเสียงเซ็กซี่อย่างนี้นะพี่เอ...บีเป็นคนอ่อนไหวง่ายพี่เอรู้อ่ะป่าววว

คะ... ฉันกลัวจะเสียเปรียบ...ก็เลยตอบด้วยเสียงที่ (คิดว่า) เซ็กซี่กลับไปบ้าง

พี่เอคงรู้สึกได้ว่าฉันกำลังยืนตัวแข็งทื่อ...ก็ใครจะกล้าขยับล่ะ ขยับไปทางไหนก็โดนตัวเค้าไปทุกสัดส่วนเลย เฮ้อ...มันช่างวาบหวิวอะไรเช่นนี้หนอ

อยากไปฮันนีมูนที่ไหน...พี่ให้น้องบีเลือก พี่เอคงอยากชวนฉันคุยเพื่อให้ผ่อนคลาย...เรายังคงขยับตามจังหวะเพลงไปเรื่อย ๆ

จริง ๆ แล้วฉันรู้สึกดีไม่น้อยเลย...ที่พี่เอกอดฉันเอาไว้แบบนี้ มันรู้สึกไม่เหมือนไอ้เปี๊ยกหรือเพื่อนผู้ชายคนไหน ๆ ที่เคยกอดฉันเลยซักนิด อ้อมกอดพี่เอทั้งอบอุ่น...แข็งแรง ทำให้ฉันอยากซุกอยู่กับอกพี่เออย่างนี้ไปให้นานที่สุด ฉันกำลังรู้สึกดีกับเค้ามาก ๆ เลยล่ะ...ถึงจะยืนยันกับตัวเองว่ามันไม่ใช่ความรัก แต่ฉันก็ไม่ได้รังเกียจเค้า...และก็คิดว่าเค้าคงไม่รังเกียจฉันเช่นกัน

ชีวิตคู่ของเราคงราบรื่น...ในเมื่อเราต่างก็มีความรู้สึกดี ๆ ให้กันทั้งสองฝ่าย และฉันมั่นใจ...ว่าซักวันความรู้สึกระหว่างฉันกับพี่เอมันจะค่อย ๆ มากขึ้นจนกลายเป็น ความรัก ขึ้นมาได้ไม่ยาก

เราอยู่เที่ยวในเมืองไทยกันดีมั้ยคะ...บีเป็นคนไทยมายี่สิบห้าปีแล้ว ยังเที่ยวไม่ทั่วเมืองไทยเลย...อยากหาแรงบันดาลใจเอาไว้เขียนรูปด้วย เวลาฉันอยู่กับธรรมชาติ...ฉันจะมีอารมณ์เขียนรูปสุด ๆ เลย

เที่ยวเมืองไทย...อืม ดีเหมือนกันนะ เอาสิ...พี่อยากเห็นน้องบีเขียนรูปด้วย พี่เอคงกำลังผ่อนคลายแบบสุด ๆ ...เพราะฉันรู้สึกว่าเค้าก้มลงมาซบนิ่ง ๆ อยู่ที่ซอกคอของฉัน จึ๋ยส์...ฉันขนลุกอีกแล้ว

แล้วฉันก็ลืมตัวว่าฉันบอกพี่เอไว้ว่าฉันเต้นรำไม่เก่ง...ฉันก้าวเท้าตามจังหวะเพลงต่อ ๆ มาได้อย่างค่อนข้างชำนาญ ก็มันเคลิ้มนี่นา...อิอิ

ฉันไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลยในชีวิต...และไม่เคยคิดกับผู้ชายคนไหนเกินกว่าคำว่า เพื่อน เลยซักคน แต่กับพี่เอ...มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษสุด ๆ จริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ด้วยกันได้แค่ไม่กี่วัน

เค้าทำให้ฉันรู้สึกเกร็งเมื่อเห็นเค้าครั้งแรก...

เค้าทำให้ฉันเขินเพียงแค่เค้าชมฉันตามคำสั่งของแม่เค้า...

เค้าทำให้ฉันตื่นเต้นจนเป็นลมทันทีที่เค้าสัมผัสแนบชิด...

เค้าทำให้ฉันรู้สึกไม่พอใจที่เค้าไม่ยอมกลับบ้านตลอดทั้งคืน...

และตอนนี้...เค้าทำให้ฉันรู้สึกดีสุด ๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อล่องลอยอยู่ในอ้อมกอดของเค้า...

ดูสิคะ...เค้าทำให้ฉันรู้สึกอะไรต่อมิอะไรตั้งมากมายได้ในเวลาเพียงสองสามวัน ขนาดไอ้เปี๊ยกที่ฉันคบกับมันมาจะสิบปีอยู่แล้ว...ฉันยังไม่เคยรู้สึกอะไรกับมันมากขนาดนี้เลย แล้วอย่างนี้ฉันจะไม่รู้สึกพิเศษ ๆ กับพี่เอได้ยังไง เอาเป็นว่าฉันขอนิยามฐานะของพี่เอในหัวใจของฉันตอนนี้ว่า คนพิเศษ แล้วกันโนะ

อ๊ะ!! พี่เอ...ทำอะไรคะ? ความคิดของฉันสะดุดลงฉับพลัน...เมื่อฉันรู้สึกว่าริมฝีปากพี่เอขบเม้มเบา ๆ อยู่ที่ต้นคอ รอยจ้ำแดง ๆ ที่พี่เอบอกว่าเป็นคนทำเอาไว้ที่ต้นคอฉันอันเก่ามันยังไม่ค่อยเลือนหายไปซักเท่าไหร่เลยนะ วันนี้ฉันอุตส่าห์ขัดใจตัวเองโดยการไม่รวบผมเอาไว้อย่างเคยเพื่อปกปิดต้นคอแล้ว นี่พี่เจะมากดย้ำรอยให้มันชัดขึ้นอีกหรือไง...

กลับบ้านกันเถอะ... อารมณ์ไหนของเค้าล่ะเนี่ย...จู่ ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมาชวนฉันกลับบ้าน

ง่วงหรอคะ...ตามใจพี่เอค่ะ กลับก็กลับ... ฉันยิ้มบาง ๆ ไปให้เค้าเพราะคิดว่าเค้าคงง่วง ...จริง ๆ นี่มันก็แค่สามทุ่มกว่า ๆ เท่านั้นเอง

สายตาพี่เอดูจะหวานผิดปกตินะพอขับรถมาได้ซักระยะ...เค้าเอามือฉันไปกุมไว้เหมือนเคย ฉันคงรู้สึกเขินเหมือนอย่างที่เคยรู้สึกล่ะ ถ้าตอนนี้ฉันไม่รู้สึกว่าร่างกายของฉันมันกำลังเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ฉันขยับตัวอย่างอึดอัดไปตลอดทางกลับบ้านเลยทีเดียว...พี่เอคงคิดว่าฉันคงเขิน ๆ เหมือนเดิมที่เค้าจับมือของฉัน เค้าเลยไม่ได้ถามอะไร

พอกลับถึงบ้านปัญจะ...เอ่อ...ของเรา พี่เอก็แทบจะอุ้มฉันขึ้นบ้านเลยค่ะ เค้าโอบฉันไว้ทั้งตัวเชียวล่ะ พี่ไหมบอกว่าพ่อกับแม่ของพี่เอขึ้นนอนแล้ว ...แล้วในที่สุดเราก็เดินมาถึงบนห้องนอน...เอ่อ...ของเรา (อีกแล้ว) จนได้

อื้อ...พี่เอคะ อะไรคะเนี่ย ก็จะไม่ให้ฉันตกใจได้ไงล่ะ...พอปิดประตูห้องปุ๊บ...พี่เอก็คว้าฉันเข้าไปกอดแล้วระดมปากกับจมูกของเค้ามาที่หน้าของฉันปั๊บ นี่เค้าอยากกลับบ้านเพราะเหตุผลนี้เองหรือนี่...ฮือออ ถ้าฉันรู้อย่างนี้ ฉันยอมให้เค้ายืนกอดฉันกลางฟลอว์นั่นทั้งคืนดีกว่า

ฉันเบี่ยงหน้าหนีริมฝีปากร้อนรุมของพี่เอสุดฤทธิ์เลย...ก็บอกแล้วไงคะ ว่าร่างกายฉันมันมีบางอย่างบ่งบอกว่ากำลังเกิดเหตุ

พี่เอคะ...ปล่อยบีก่อนนะ บีขอเข้าห้องน้ำ...อื้อ...หน่อย...หน่อยนะคะพี่เอ...นะคะ ถ้าฉันไม่หลบ...ปากฉันคงไม่มีโอกาสได้พูดอย่างนี้หรอก บี...เอ่อ...บีปวดท้องค่ะ

หึหึ...จริงหรอ เค้าหัวเราะคล้ายไม่เชื่อฉันอย่างนั้นล่ะ

จริง ๆ ค่ะ...บีปวดท้องจริง ๆ ฉันไม่ได้โกหกน้า...ฉันปวดท้องจริง ๆ อ่ะ ปวดหน่วง ๆ ด้วย

พี่เอยอมเงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอของฉันโดยดี...แต่ยังไม่วายคลอเคลียอยู่ที่แก้มของฉันอยู่อีกพักนึง ก่อนที่จะยอมปล่อยให้ฉันไปเข้าห้องน้ำด้วยท่าทางที่ฉันคิดว่าเค้าไม่เต็มใจเอาซะเลย ...นี่ฉันน่าพิศวาสขนาดนั้นเลยหรอเนี่ย เอิ๊กกก

ขอบคุณธรรมชาติ... ฉันครางออกมาภายในห้องน้ำอย่างดีใจเมื่อความรู้สึกของฉันไม่ผิดพลาด...ถึงว่าสิ ปวดท้องชะมัด!!

น้องบี...เป็นไรหรือเปล่าจ๊ะ ท้องเสียหรือเปล่า หืม? พี่เอมาเคาะประตูห้องน้ำแล้วเอ่ยถาม

ฉันเปิดประตูห้องน้ำออกไปแล้วค่อย ๆ โผล่หน้าออกไปยิ้มแห้ง ๆ ให้เค้า...

เป็นไงบ้าง...

คือ...คือบี... แล้วฉันจะบอกเค้ายังไงดีอ่ะ

แต่พอพี่เอทำท่าจะดึงฉันเข้าไปหาแบบเดิมอีกรอบ...ฉันก็ต้องรีบบอกเค้าเสียงสั่นเลย

พี่เอ...คือ...รอบเดือนบีมาอ่ะค่ะ แหะๆๆ

หา!! ฉันต้องขอโทษเค้าหรือเปล่าเนี่ย...โฮะๆๆ

แล้วพี่เอก็ทำให้ฉันรู้สึกดีอีกแล้วค่ะ...ฉันปวดท้องเกือบทั้งคืนเลย พี่เอขึ้น ๆ ลง ๆ เอาถุงน้ำร้อนเอย นมอุ่น ๆ เอย ยาแก้ปวดเอย ขึ้นมาให้ฉันตลอดเลย สีหน้าเค้าดูเหมือนกำลังเจ็บปวดเหมือนฉันอย่างนั้นล่ะ แล้วเค้าก็นอนกอดฉัน ลูบหลังฉันอย่างปลอบประโลมจนเราหลับไปด้วยกันราว ๆ ค่อนรุ่งได้

อืม...ดีจัง

ตอนที่ 1 |2|3|4|5
ผู้แต่ง :

เพื่อน ๆ สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่อ่ะMessage board

2007/Aug/22


หัวข้อ : วิธีชมคนที่คิดว่าตัวเองสวยส่งให้เพื่อน quote vote



1. เธอนี่สวยยังไง สวยยังงั้น...ไม่สวยยังไง ไม่สวยยังงั้น
2. สวยมาแต่ไกลเลย แต่ทำไมใกล้ๆแล้วไม่สวยวะ
3. สวยเหมือนลูกครึ่ง...อเมริกัน-บรามัน
4. สวยปลาสลิด (เวลากินปลาสลิด เขาตัดหัวปลาทิ้ง สังเกตมั้ย)
5. ชั้นอยากจะบอกว่าเธอสวยนะ แต่ชั้นทำใจไม่ได้จริงๆ
6. เธอสวยที่สุด..ในวัด (มีแต่พระกับเณร)
7. สวยปานศิลปินวาดไว้ ภาพแอ็บสแทร็ค
8. สวยไม่ฟังคำติฉินนินทา
9. เค้าว่ากันว่าตักบาตรด้วยดอกไม้ ชาติหน้าจะเกิดสวยเธอน่าจะตักบาตร ด้วยปากคลองตลาดเลยนะ

10. ถ้ามีคนสวยอย่างเธอซักร้อยคน โลกคงวุ่นวายน่าดู
ผู้คนคงล้มตายกันเกลื่อน ต้นไม้ต้นไร่ตายยกโคตร เกิดกลียุดเป็นแน่

11. สงกรานต์นี้มีใครเค้ามาสาดน้ำเธอบ้างมั้ย หรือมีแต่มาดำหัว
12. ถ้าเธอจมูกโด่งอีกนิด ปากบางกว่านี้อีกหน่อย สิวไม่เยอะอย่างนี้
เธอต้องสวยมากแน่ๆ น่าเสียดายที่มันเป็นไปไม่ได้

13. เธอนี่สวยแบบคิดมาแล้ว (เหลือจากคัดอีกที)
14. เป็นคนไม่สวยกับเป็นคนบ้าคิดว่าตัวเองหน้าตาดี
ชั้นเลือกอย่างแรกนะ เธอก็น่าจะทำอย่างชั้นบ้าง

15. เธอสวยจนคนอื่นเค้าไม่อยากสวยไปด้วยเลย
16. สวยไม่บอกไม่รู้
17. ความสวยไม่คงที่ ความดีสิคงทน ชั้นถึงอยากให้เธอทำความดีมากๆ
จะได้มีดีกับเค้าบ้าง

18. คนจะงาม งามน้ำใจ ใช่ไบหน้า เพราะฉะนั้น ชั้นก็ว่าเธองามได้
19. สวยไม่แคร์เพื่อนร่วมโลก
20. ไอ้ที่คนเค้ามองเธอเวลาเธอเดินไปไหนมาไหนน่ะ
ไม่ใช่เพราะสวยหรอกนะ เพราะแปลกย่ะ อีอุบาทว์ อุ๊ย!!! ชั้นคงไม่ได้พูดแรงไปใช่มั้ย

2007/Aug/20

อ่า หวัดดีค่ะ

นู๋คือเด็กหญิงมักเกิ้ลนะคะ

จาพยายามหาเรื่องมาเขียนให้ได้มากที่สุดเรยนะคะ

เด็กหญิงมักเกิ้ล